POS-PrinterSEOJAN-No22

เครื่องพิมพ์ถือว่าเป็นอีกอุปกรณ์หรือเครื่องมือสำคัญสำหรับการทำธุรกิจและงานสำนักงานต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะพิมพ์เอกสารทั่วไป พิมพ์รูปภาพ พิมพ์ใบเสร็จ พิมพ์สลิป หรือว่าจะพิมพ์สติ๊กเกอร์ แต่ก็ใช่ว่า เครื่องพิมพ์เครื่องเดียวจะสามารถพิมพ์ชิ้นงานได้ทุกประเภทในบทความนี้ จะมาแนะนำประเภทของเครื่องพิมพ์ ประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะกับฟังก์ชันการใช้งานและประเภทชิ้นงานที่ต่างกันไป เพื่อให้คุณเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ได้ถูกประเภท

.

ประเภทของเครื่องพิมพ์มีอะไรบ้าง 

เครื่องพิมพ์หรือเครื่องปริ้น (Printer) คือ อุปกรณ์สำหรับพิมพ์เอกสารตามคำสั่ง ซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดของอุปกรณ์แสดงผล (Output) เพราะรับคำสั่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องออกคำสั่งอื่น ๆ เช่น สมาร์ทโฟน ควบคุมผ่านโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์สั่งการ ใช้สำหรับพิมพ์ตัวอักษร ข้อความ หรือรูปภาพ โดยประเภทของเครื่องพิมพ์ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งตามระบบการพิมพ์ บางประเภทใช้วิธีพ่นน้ำหมึกลงบนกระดาษ บางประเภทใช้เลเซอร์ในการยิง หรือบางประเภทก็ใช้การกระแทกหัวเข็ม 

ด้านล่างนี้เราจะมาทำความรู้จักประเภทของเครื่องพิมพ์ ทั้ง 5 ประเภทหลักกัน ได้แก่ 

เครื่องพิมพ์ประเภทหัวเข็ม (Dot Matrix Printer)

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer)

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)

เครื่องพิมพ์ความร้อน (Thermal Printer)

เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter Printer) 

.

1. เครื่องพิมพ์ประเภทหัวเข็ม (Dot Matrix Printer)

ขอบคุณภาพจาก indiamart.com

Dot Matrix Printer หรือ เครื่องพิมพ์หัวเข็ม คือ เครื่องพิมพ์ที่ใช้ระบบการพิมพ์ด้วยหัวเข็ม โดยเครื่องพิมพ์จะกดหัวเข็มลงบนผ้าหมึกหรือริบบอน (Rinbon) ให้ผ้าหมึกไปกระทบกับกระดาษอีกทีหนึ่ง เกิดเป็นหมึกปรากฏเป็นข้อความหรือลวดลายบนกระดาษตามเข็มที่กระแทกลงไป เวลาที่เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ทำงาน เราจึงได้ยินเสียงการตอกเข็ม ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้ เพราะมีเครื่องพิมพ์เลเซอร์และอิงค์เจ็ทที่ทำงานได้เงียบกว่า 

อย่างไรก็ตาม เราจะยังเห็นเครื่องพิมพ์ Dot Matrix หรือแบบหัวเข็มตามสำนักงานต่าง ๆ ห้างร้าน บริษัท หรือหน่วยงานที่ต้องพิมพ์เอกสารอยู่ตลอดและปริมาณมาก ยกตัวอย่างเช่น พิมพ์ใบกำกับภาษี ใบส่งของ ใบเสร็จ หรือเอกสารการเงิน/การบัญชี ฯลฯ 

ชนิดของเครื่องพิมพ์หัวเข็ม (Dot Matrix Printer) 

เครื่องพิมพ์หัวเข็มมักจะแบ่งชนิดตามจำนวนเข็ม ซึ่งยิ่งจำนวนเข็มมากเท่าไร ก็จะหมายถึง ความละเอียดที่เครื่องพิมพ์จะพิมพ์ได้ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ยิ่งจำนวนเข็มเยอะจะยิ่งดี เพียงแต่เลือกให้เหมาะกับความละเอียดของชิ้นงาน ได้แก่ 

  • เครื่องพิมพ์แบบ 9 เข็ม
  • เครื่องพิมพ์แบบ 24 เข็ม
  • เครื่องพิมพ์แบบ 32 เข็ม

ข้อดี / จุดเด่นของเครื่องพิมพ์หัวเข็มหรือ Dot Matrix Printer 

Dot Matrix Printer เหมาะกับการพิมพ์เอกสารอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ๆ เพราะความโดดเด่นเรื่องความทนทานและต้นทุนการพิมพ์ที่ประหยัดกว่า 

  • มีความทนทานสูง พิมพ์งานได้เสถียรต่อเนื่องยาวนาน
  • ผ้าหมึกที่ใช้มีราคาถูกเมื่อเทียบกับน้ำหมึกที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น 

เครื่องพิมพ์แบบ Dot Matrix ใช้ในงานไหนบ้าง 

ใช้พิมพ์เอกสารที่ไม่ได้ต้องการความละเอียดสูงหรือพิมพ์สีเดียว เช่น 

  • เอกสารสัญญา
  • ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ
  • ใบเสนอราคา
  • เครื่องคิดเงินแคชเชียร์
  • เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
  • ตู้กดเงิน ATM
  • เครื่องพิมพ์สมุดธนาคาร
  • เครื่อง Point of Sale (POS) บางรุ่น
  • งานพิมพ์หนังสือเดินทาง (Passport) 

.

2. เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer)

ขอบคุณภาพจาก ofm.co.th

.

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer) หรือเครื่องพิมพ์ระบบพ่นหมึก คือ เครื่องพิมพ์ที่เป็นที่นิยมโดยทั่วไปตามครัวเรือนและสำนักงาน เพราะสามารถพิมพ์ได้ทั้งขาว-ดำและสี พิมพ์งานได้ละเอียด ได้ภาพสีที่สวยสด แม่นยำ ราคาถูกเมื่อเทียบกับฟังก์ชัน พิมพ์งานได้รวดเร็ว และมีขนาดเล็กกะทัดรัดประหยัดเนื้อที่ตั้งวาง

หลักการทำงานของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทนั้น คือ การพ่นสเปรย์ละอองหมึกลงบนกระดาษ โดยที่หัวเข็มจะขยับไปมาบนกระดาษ ส่วนกระดาษก็จะขยับขึ้นลงเคลื่อนผ่านรางเข็มด้วยล้อหมุน เกิดจุดสีบนกระดาษที่ประกอบรวมกันเป็นรูปภาพหรือข้อความต่าง ๆ ขึ้นมา โดยคุณภาพการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เราจะดูความละเอียดที่ค่า DPI หรือ Dots Per Inch หมายถึง จำนวนจุดต่อตารางนิ้ว ยิ่งค่า DPI สูง ก็หมายถึง พิมพ์ได้ความละเอียดสูง เช่น 1200 DPI หรือ 2400 DPI

ตามที่เราคุ้นเคยกันว่า เครื่องพิมพ์ต้องซื้อหมึกมาเติมหรือตลับหมึกมาเปลี่ยน ก็คือ การเปลี่ยนนำ้หมึกให้กับเครื่องพิมพ์ประเภทอิงค์เจ็ท โดยสีหลักของเครื่องพิมพ์จะมี 4 สี ได้แก่ Yellow, Magenta, Cyan และ Black เมื่อพิมพ์ชิ้นงาน เครื่องพิมพ์จะผสมสีให้อัตโนมัติ และสำหรับกระดาษที่ใช้คู่กับเครื่องพิมพ์ระบบพ่นหมึก ใช้กระดาษทั่วไปพิมพ์ได้ เช่น A4 หรือกระดาษปอนด์ ทั้งนี้ ต้องมีความหนาเพียงพอที่จะรับนำ้หมึกโดยกระดาษไม่อ่อนยุ่ย

ปัจจุบัน เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมักออกแบบมาให้เป็นเครื่องพิมพ์แบบ All-in-One สามารถทำงานได้หลายฟังก์ชัน เช่น สแกน ถ่ายเอกสาร พิมพ์งาน และแฟกซ์ จึงทำให้เป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น 

ข้อดี / จุดเด่นของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer) 

จุดเด่นของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท คือ พิมพ์งานได้สีสันสด ชัด สวยงาม ภาพดูมีความเป็นธรรมชาติ เพราะระบบการพิมพ์คือพ่นสีลงไปบนกระดาษโดยตรง  

  • ได้สีสันที่สด ชัดเจน เหมาะกับการพิมพ์ภาพสี
  • มีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง 

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเหมาะกับใช้งานที่ไหนบ้าง 

เหมาะกับพิมพ์งานเบา พิมพ์ต่อวันปริมาณไม่มาก แต่ด้วยความโดดเด่นที่สามารถพิมพ์ภาพสีได้สวยงาม ทำให้มักถูกเลือกเป็นเครื่องพิมพ์อีกประเภทที่ต้องมีติดไว้ที่สำนักงานหรือครัวเรือน แม้ว่าจะมีเครื่องพิมพ์ประเภทอื่นอยู่ก่อนแล้ว 

  • ใช้พิมพ์งาน/เอกสารทั่วไปในครัวเรือนหรือออฟฟิศขนาดเล็ก
  • ใช้ในสำนักงาน เช่น ธนาคาร การไฟฟ้า สำหรับพิมพ์เอกสารหรือใบเสร็จขนาด A4 ได้
  • ใช้พิมพ์รูปถ่าย รูปภาพ เพราะมีความละเอียดสูง ให้สีสันสวยงาม
  • มีหลากหลายรุ่นให้เลือก สามารถใช้พิมพ์ป้าย บอร์ดประกาศ เสื้อยืด และงานอีกหลายประเภท 

.

3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)

ขอบคุณภาพจาก th.canon

.

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer) คือ เครื่องพิมพ์ที่ใช้ระบบการพิมพ์ด้วยแสงหรือเลเซอร์วาดลงบนกระบอกรับภาพที่มีประจุไฟฟ้าลงบนกระดาษ ผงหมึกในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็จะไปเกาะตามบริเวณที่มีประจุไฟฟ้าอยู่ จากนั้น เครื่องจะอัดผงหมึกลงกระดาษด้วยความร้อน เมื่อพิมพ์งานเสร็จใหม่ ๆ เราจึงรู้สึกว่ากระดาษอุ่น 

จุดเด่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ คือ ความเร็ว โดยสามารถพิมพ์ได้หลายสิบแผ่นต่อนาที อีกทั้งยังมีความละเอียดสูงด้วย ส่วนตลับหมึกของเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้น จะเรียกว่า “โทนเนอร์” (Toner) ซึ่งมีทั้งสีดำ (Mono) และแบบสี (Color) ทั้งนี้ ส่วนใหญ่คนที่เลือกใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ มักจะใช้พิมพ์งานขาว-ดำมากกว่า เพราะราคาหมึกสีค่อนข้างสูง มักเห็นใช้ทั่วไปตามครัวเรือน สำนักงาน ห้างร้าน บริษัท ฯลฯ ในหลายที่มักมีทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับพิมพ์เอกสารขาว-ดำ และมีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับพิมพ์สี 

ข้อดี / จุดเด่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer) 

เครื่องพิมพ์เลเซอร์โดดเด่นที่ความรวดเร็วในการพิมพ์และความเงียบขณะทำงาน อีกทั้งยังให้ความคมของตัวอักษรมากกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น ทั้งนี้ ราคาของเครื่องพิมพ์และหมึกจะสูงกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท 

  • พิมพ์ชิ้นงานได้รวดเร็ว หรือหลายสิบแผ่นต่อนาที
  • น้ำหมึกคุณภาพดี ให้ความคงทนมากกว่าหมึกสีในเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท โดนนำ้สีไม่เลอะ
  • ทำงานได้เงียบที่สุดในบรรดาเครื่องพิมพ์ 

เครื่องพิมพ์เลเซอร์เหมาะกับงานประเภทไหน 

เหมาะสำหรับคน/สำนักงานที่ต้องการพิมพ์เอกสารบ่อยและต้องการความรวดเร็ว โดยเฉพาะเอกสารขาว-ดำ 

  • ใช้พิมพ์งาน/เอกสารทั่วไปในครัวเรือนหรือออฟฟิศขนาดเล็ก
  • ใช้ในสำนักงาน องค์กร บริษัท ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานพยาบาล หน่วยงานราชการ ฯลฯ
  • ใช้พิมพ์รูปถ่ายหรือรูปภาพได้ บางรุ่นรองรับการพิมพ์สี แต่ต้นทุนการพิมพ์จะสูงกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท 

.

4. เครื่องพิมพ์ความร้อน (Thermal Printer)

 ขอบคุณภาพจาก commenco.com

.

เครื่องพิมพ์ความร้อน หรือเครื่องพิมพ์ระบบเทอร์มอล (Thermal Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้วิธีการพิมพ์ด้วยความร้อน ซึ่งกระดาษที่ใช้พิมพ์จะต้องเป็นกระดาษความร้อน (Thermal Paper) เท่านั้น จึงจะพิมพ์ติด โดยเครื่องพิมพ์จะให้ความร้อนไปทำปฏิกิริยากับสารเคลือบบนกระดาษความร้อน ทำให้เม็ดสีที่กักเก็บไว้ในกระดาษแตกตัวออกมาเป็นลวดลาย 

เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ สำหรับบางคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร แต่จริง ๆ แล้วเป็นประเภทของเครื่องพิมพ์อีกประเภทที่เราเห็นกันบ่อย ในฐานะเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ (หรือ Label Printer) ตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ในตู้ ATM ที่พิมพ์สลิป หรือบัตรคิวตามร้าน ส่วนใหญ่ก็ใช้เป็นเครื่องพิมพ์ความร้อนกันทั้งนั้น เพราะไม่ต้องใช้หมึก พิมพ์ชิ้นงานได้สะดวก รวดเร็ว ทำงานเงียบ และยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ

ประเภทของเครื่องพิมพ์ความร้อน 

  1. ระบบพิมพ์ด้วยความร้อนโดยตรง (Direct Thermal) คือ ระบบการพิมพ์ที่ไม่ต้องใช้ผ้าหมึกหรือริบบอน เพราะเครื่องจะส่งความร้อนไปยังหัวพิมพ์ให้สัมผัสกับกระดาษโดยตรง ซึ่งกระดาษที่จะใช้ต้องเป็น “กระดาษความร้อน” (Thermal paper) เท่านั้น เมื่อสารเคมีสัมผัสกับความร้อนก็จะทำให้หมึกในกระดาษแตกตัวออกมา กลายเป็นบาร์โค้ด ข้อความ หรือรูปภาพบนกระดาษ
  2. ระบบพิมพ์ความร้อนผ่านผ้าหมึก (Thermal Transfer) คือ ระบบการพิมพ์ที่อาศัยผ้าหมึกริบบอน (Ribbon) ในการพิมพ์ โดยตัวเครื่องพิมพ์จะส่งความร้อนไปลงหัวพิมพ์เพื่อละลายหมึกบนผ้าหมึกให้ละลายไปติดกับกระดาษ ซึ่งระบบการพิมพ์ระบบนี้ จะให้ลวดลายหมึกบนกระดาษที่คงทนกว่า 

ข้อดี / จุดเด่นของเครื่องพิมพ์ความร้อน (Thermal Printer) 

  • สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนผ้าหมึกให้ยุ่งยาก
  • เหมาะพิมพ์งานที่ไม่ต้องการความคงทนยาวนาน เช่น ใบเสร็จ สลิป ตั๋วบาร์โค้ด
  • ใช้กับกระดาษความร้อน หรือ Thermal Paper กระดาษใบเสร็จความร้อน 

เครื่องพิมพ์ความร้อนเหมาะกับงานประเภทไหน 

ใช้พิมพ์ชิ้นงานได้หลากหลาย เหมาะกับชิ้นงานที่ไม่ได้ต้องการรายละเอียดสูง พิมพ์ข้อมูลสำหรับแจ้งเป็นหลักฐาน ชิ้นงานไม่ได้ต้องการความทนทานหรือต้องการใช้งานเป็นเวลานาน เช่น 

  • บาร์โค้ด
  • รหัสสินค้า
  • ป้ายราคา
  • ฉลากสินค้าทั่วไป
  • ป้ายผ้าสำหรับติดเสื้อ
  • สายรัดข้อมือสำหรับโรงพยาบาล
  • ริบบิ้นติดคอเสื้อเพื่อบอกขนาด 

.

5. เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter Printer)

ขอบคุณภาพจาก javatpoint.com

.

เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter Printer) หรือที่เรียกกันในอีกชื่อว่า “เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง” คือ เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลหรือลวดลายลงบนกระดาษและมีหน้ากว้างสำหรับพิมพ์งานขนาดใหญ่ตั้งแต่ A0 - A3 ใช้สำหรับงานพิมพ์ โครการ แบนเนอร์ ป้าย หรือสิ่งพิมพ์โฆษณาขนาดใหญ่และสิ่งพิมพ์ที่ภาพมีความละเอียดซับซ้อนสูง เช่น แผนที่ แบบร่างสถาปัตยกรมวิศวกรรม ฯลฯ 

หลักการทํางานของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ จะประกอบไปด้วยปากกาหมึกหลากสี จำนวน 1 - 6 แท่ง ทำหน้าที่เคลื่อนไปบนแกนโลหะที่ควบคุมด้วยโปรแกรมเพื่อวาดจุดลงบนชิ้นงาน 

ประเภทของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ 

ประเภทของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ มักจะแบ่งเป็น 2 แบบด้วยกัน ตามวิธีการพิมพ์ ได้แก่ 

  1. พล็อตเตอร์แบบระนาบ (Flatbed Plotter) คือ เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ประเภทที่กระดาษวางอยู่กับที่ ส่วนที่เคลื่อนที่คือปากกาที่เคลื่อนไปมาบนแกนโลหะ คอยวาดลวดลายลงบนกระดาษหรือชิ้นงานในแนวระนาบ 
  2. พล็อตเตอร์แบบดรัม (Drum Plotter) คือ เครื่องพิมพ์ประเภทที่มีล้อยางด้านล่างสำหรับทําหน้าที่เคลื่อนกระดาษ ส่วนปากกาและหมึกจะอยู่ด้านบน เคลื่อนที่ไปมาซ้าย-ขวาเพื่อวาดรูปบนกระดาษบริเวณที่ล้อหมุนกระดาษมา 

ข้อดี / จุดเด่นของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter Printer) 

เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่และออกแบบมาเพื่อใช้พิมพ์งานที่มีรายละเอียดซับซ้อนสูง 

  • พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ตั้งแต่ A0 - A3
  • พิมพ์ชิ้นงานได้มีความละเอียดสูง สามารถพิมพ์รายละเอียดภาพที่ซับซ้อนได้
  • มีความเร็วและความแม่นยำในการพิมพ์สูง
  • พิมพ์ชิ้นงานได้คมชัดและสีสันสดใส 

เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์เหมาะกับงานประเภทไหน 

เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ที่หน้ากว้าง เหมาะสำหรับการพิมพ์ชิ้นขนาดใหญ่และภาพที่มีรายละเอียดหรือความซับซ้อนสูง จึงมักใช้พิมพ์ชิ้นในสาขางานเหล่านี้ 

  • งานเขียนแบบ
  • พิมพ์เขียว
  • แบนเนอร์และป้ายโฆษณา
  • งานออกแบบสถาปัตยกรรม
  • ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
  • ภาพแผนที่ (GIS)
    พิมพ์เขียวสถาปัตยกรรมวิศวกรรม
  • ร่างก่อสร้าง 
  • งานออกแบบโปสเตอร์และงานภาพถ่ายที่ต้องการความซับซ้อนของภาพ สีสันสด 

.

สรุป 

ประเภทของเครื่องพิมพ์โดยทั่วไปแล้ว มีอยู่ 5 ประเภทด้วยกัน ซึ่งที่มักใช้พิมพ์ชิ้นงานกันทั่วไปตามครัวเรือนและสำนักงาน ได้แก่ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เครื่องพิมพ์เลเซอร์ และเครื่องพิมพ์หัวเข็ม (Dot Matrix) โดยเครื่องพิมพ์แต่ละประเภทก็มีจุดเด่นที่แตกต่างเหมาะสมกับการใช้งานที่ต่างกันไป 

สำหรับเครื่องพิมพ์อีก 2 ประเภท คือ เครื่องพิมพ์ความร้อน หรือ(เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ) และเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์จะเอาไว้ใช้สำหรับพิมพ์ชิ้นงานที่มีความเฉพาะ โดยเครื่องพิมพ์ความร้อนจะต้องใช้กับกระดาษความร้อนเท่านั้น มักใช้พิมพ์สลิป ใบเสร็จ ตั๋ว หรือบัตรคิว ส่วนเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์เหมาะสำหรับพิมพ์งานขนาดใหญ่และต้องการความละเอียดสูง 

หากคุณกำลังพิจารณาเลือกซื้อเครื่องพิมพ์อยู่ หวังว่า บทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกประเภทของเครื่องพิมพ์ได้เหมาะกับโจทย์การทำงานของคุณ 

ทั้งนี้ หากกำลังมองหา เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ เครื่องพิมพ์ลาเบลอยู่ แนะนำกระดาษจาก POS&Print กระดาษใบเสร็จนำเข้าคุณภาพเกรด A ให้ชิ้นงานสวย พิมพ์งานได้ลวดลายชัด ทั้ง กระดาษปอนด์ กระดาษใบเสร็จขนาดต่าง ๆ และกระดาษความร้อน (Thermal Paper) ให้คุณเลือกชม ที่นี่ 

.

แหล่งอ้างอิง:

  • https://posandprint.com/
  • https://addin.co.th/blog/printer-type/