AWSEOPOS&Print[Nov22]No

.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน ด้วยการขนส่งที่สะดวกสบาย ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ทำให้ร้านค้าไม่ว่าจะธุรกิจประเภทใด ขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็เข้าถึงเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ หรือเครื่องปริ้นบาร์โค้ด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องปริ้นบาร์โค้ด ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากเป็นตัวช่วยรับข้อมูลสินค้า นับสต็อกสินค้า ซึ่งช่วยให้การทำธุรกิจราบรื่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม และกลายเป็นของที่ต้องมี แต่จะเลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดอย่างไรให้ได้ของคุณภาพ ในราคาถูก บทความนี้ชวนไปสำรวจกัน 

.

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด คืออะไร 

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด คือ เครื่องปริ้นรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการพิมพ์บาร์โค้ด ข้อความ หรือรูปภาพลงไปใน ‘กระดาษสติ๊กเกอร์แบบม้วน’ โดยความพิเศษของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดอยู่ที่การใช้เซนเซอร์จับช่องว่างระหว่างสติ๊กเกอร์ หรือจับแบล็กมาร์ค (แถบสีดำ) ได้ ทำให้สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษสติ๊กเกอร์ขนาดเล็กที่มีการตัดมาแล้วได้อย่างแม่นยำ จึงไม่ต้องเสียเวลาตัดกระดาษเอง นอกจากนี้ยังใช้กระดาษประเภทม้วนที่ทำให้พิมพ์ได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว 

.

ประเภทของเครื่องปริ้นบาร์โค้ด 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าการปริ้นบาร์โค้ดน่าจะเหมือน ๆ กัน แต่แท้จริงแล้วการปริ้นบาร์โค้ดมีหลากหลายแบบ และเครื่องปริ้นบาร์โค้ดก็มีหลากหลายประเภท ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์แตกต่างกันไป การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจจึงสำคัญ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้มาก 

โดยประเภทของเครื่องปริ้นบาร์โค้ด มีทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่

1. Desktop Printer : เครื่องปริ้นบาร์โค้ดขนาดเล็ก พิมพ์ได้ไม่เกิน 1,000 ดวงต่อวัน โดยตัวเครื่องมักทำจากพลาสติก ความละเอียดของหัวพิมพ์อยู่ที่ 200 - 300 dpi ซึ่งใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย ๆ 

เหมาะกับ : ธุรกิจร้านค้าเล็ก ๆ โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ หรือสนามบิน

2. Mid-Range Printer : เครื่องปริ้นบาร์โค้ดขนาดกลาง พิมพ์ได้ไม่เกิน 3,000 ดวงต่อวัน ตัวเครื่องมักทำจากโลหะ มีความละเอียดหัวพิมพ์อยู่ที่ 200 - 600 dpi 

เหมาะกับ : ธุรกิจโรงงานขนาดเล็ก หรือร้านค้าขนาดกลาง

3. Industrial Printer : เครื่องปริ้นบาร์โค้ดขนาดใหญ่ พิมพ์ได้ 4,000 - 100,000 ดวงต่อวัน ตัวเครื่องทำจากโลหะ มีความละเอียดหัวพิมพ์ตั้งแต่ 200 - 600 dpi ความพิเศษของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดขนาดใหญ่นี้คือการมีขนาดหน้ากว้างการพิมพ์ที่รองรับหน้ากว้างได้สูงสุด 8 นิ้ว ในขณะที่เครื่องปริ้นบาร์โค้ดประเภทอื่น ๆ จะอยู่ที่ไม่เกิน 4 นิ้ว

เหมาะกับ : โรงงานขนาดใหญ่ หรือโรงงานที่เป็นสายการผลิต 

.

.

ระบบของเครื่องปริ้นบาร์โค้ด

นอกจากประเภทของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดที่มีความหลากหลายแล้ว ยังมีเรื่องของระบบการใช้งานที่ใช้เทคโนโลยีแตกต่างกัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ระบบนั่นก็คือ

1. Thermal Transfer: เครื่องปริ้นบาร์โค้ดระบบ Thermal Transfer คือเครื่องปริ้นบาร์โค้ดที่มีเทคโนโลยีส่งผ่านความร้อนไปยังผ้าหมึก (Ribbon) ทำให้หมึกบนผ้าหมึกละลายและติดกับกระดาษสติ๊กเกอร์ที่ต้องการใช้พิมพ์บาร์โค้ด โดยผ้าหมึกจะมี 3 ประเภทคือ

- Ribbon Wax ซึ่งเป็นผ้าหมึกคุณภาพต่ำสุด มีความคงทนน้อย ใช้กับสติ๊กเกอร์กระดาษมัน หรือกึ่งมัน

- Ribbon Wax-Resin เป็นผ้าหมึกคุณภาพกลาง มีความคงทน มักใช้กับสติ๊กเกอร์เนื้อผสมพลาสติก

- Ribbon Resin เป็นผ้าหมึกที่มีคุณภาพสูงสุด คงทนสูง ทนรอยขีดข่วน ทนความร้อน เหมาะกับการนำไปใช้เป็นสติ๊กเกอร์ติดอะไหล่ยนต์ หรือสติ๊กเกอร์ที่ต้องใช้งานเป็นเวลานาน

2. Direct Thermal: เครื่องปริ้นบาร์โค้ดระบบ Direct Thermal เป็นเครื่องปริ้นบาร์โค้ดที่ไม่ต้องอาศัยผ้าหมึก (Ribbon) โดยจะทำงานคล้ายกับเครื่องพิม์ใบเสร็จความร้อน คือการส่งความร้อนไปยังหัวพิมพ์ เพื่อทำให้เกิดตัวอักษรบนกระดาษโดยตรง โดยกระดาษจะเป็นชนิดพิเศษที่เคลือบสารเคมีที่ทำปฏิกิริยาความร้อนแล้วจะเกิดสีขึ้น เครื่องปริ้นบาร์โค้ดระบบ Direct Thermal นี้จะเหมาะกับงานที่ไม่ได้ต้องการความคงทนมาก เก็บรักษาได้ไม่นาน เนื่องจากสารเคมีบนกระดาษจะเลือนหายไปตามกาลเวลา 

.

เลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดอย่างไร 

  • เลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ และปริมาณการพิมพ์ในแต่ละวัน
  • เลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน เช่น อุณหภูมิ พื้นที่ใช้สอย
  • เลือกขนาดของเครื่องปริ้นบาร์โค้ดที่สามารถใช้งานได้กับสินค้าหรือวัตถุดิบที่หลากหลาย
  • เลือกความละเอียดของหัวพิมพ์บาร์โค้ดให้เหมาะสมกับรูปแบบข้อมูลที่ต้องการปริ้น โดยทั่วไปหากเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ความละเอียด 200 -300 dpi ก็เพียงพอ
  • เลือกเครื่องปริ้นบาร์โค้ดจากบริษัทที่พร้อมให้ความช่วยเหลือเรื่องการใช้งาน และมีบริการหลังการขาย

.

แนะนำเครื่องปริ้นบาร์โค้ด ราคาถูก คุณภาพเยี่ยม

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Brother P-TOUCH CUBE รุ่น PT-P710BT

.

ราคา: ประมาณ 3,990 บาท

คุณสมบัติ

  • ขนาดเล็กกระทัดรัด
  • ใช้ระบบการพิมพ์แบบ Direct Thermal
  • สามารถสั่งพิมพ์ได้ทางแอปพลิเคชัน P-Touch Design & Print และ Brother iPrint & Label รวมถึง P-Touch Editor 5.2x บน PC หรือ Mac
  • พิมพ์ได้ 20 มม. ต่อวินาที
  • พิมพ์ฉลากต่อเนื่องได้ยาวสุดที่ 499 มม.
  • มีฟังก์ชันตัดอัตโนมัติ
  • ความละเอียดในการพิมพ์ 180 dpi

.

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Xprinter รุ่น 365B

.

ราคา: ประมาณ 2,190 บาท

คุณสมบัติ 

  • ใช้ระบบการพิมพ์แบบ Direct Thermal
  • พิมพ์ได้เร็ว 127 มม.ต่อวินาที
  • หัวพิมพ์เซนเซอร์ตำแหน่ง Micro Switch ที่ช่วยให้พิมพ์ได้อย่างคมชัด
  • ออกแบบฉลากเองได้ผ่านแอปพลิเคชันของตัวเครื่อง
  • เชื่อมต่อได้ทั้งสาย USB และ Bluetooth
  • ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi

.

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Gprinter รุ่น GS2408DC

.

ราคา: ประมาณ 2,199 บาท
คุณสมบัติ

  • ใช้ระบบการพิมพ์แบบ Direct Thermal
  • พิมพ์ได้เร็ว 203 มม.ต่อวินาที
  • เชื่อมต่อได้ทั้งสาย USB และ Bluetooth (ผ่านโทรศัพท์)
  • มีฟังก์ชันตัดอัตโนมัติ
  • รองรับการพิมพ์ฉลากของขนส่งหลากหลายเจ้า
  • ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi 

.

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด BARIGAN รุ่น BG-IN20

. 

ราคา: ประมาณ 2,040 บาท
คุณสมบัติ

  • ใช้ระบบการพิมพ์แบบ Direct Thermal
  • เชื่อมต่อได้ทั้งสาย USB และ WiFi
  • ออกแบบฉลากและบาร์โค้ดได้เอง
  • มีบริการสอนการใช้งาน
  • ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi 

.

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด Expose Peripaga Paperane

.

ราคา: ประมาณ 459 บาท
คุณสมบัติ 

  • ใช้ระบบการพิมพ์แบบ Direct Thermal
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth สั่งพิมพ์ผ่านแอพพลิเคชั่น iPrint
  • มีแบตสำรองในตัวขนาด 1,200 mAh
  • มีฟังก์ชันตัดอัตโนมัติ ปริ้นสติกเกอร์แบบไดคัทได้
  • ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi 

.

เครื่องปริ้นบาร์โค้ด TSC รุ่น TTP 244 Pro 

.

    ราคา: ประมาณ 5,440 บาท 

    คุณสมบัติ 

    • ใช้ระบบการพิมพ์ได้ทั้งแบบ Direct Thermal และ Thermal Transfer
    • พิมพ์ได้เร็ว 127 มม.ต่อวินาที
    • เชื่อมต่อผ่าน USB
    • เหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง
    • ความละเอียดในการพิมพ์ 203 dpi 

    .

    สรุป 

    เพราะการทำธุรกิจที่จะได้กำไร ต้องใส่ใจในทุกการเลือกซื้ออุปกรณ์ วัตถุดิบ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้แต่เครื่องปริ้นบาร์โค้ดเองก็เช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีหลายแบบ หลายประเภทให้เลือก การเลือกให้ตอบโจทย์ของธุรกิจ อาจช่วยคุณประหยัดได้อีกมาก 

    แต่ถ้ายังตัดสินใจไม่ถูก การปรึกษาผู้ขายที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์ก็เป็นตัวช่วยที่ประหยัดเวลา และทำให้คุณได้ของที่ตรงใจ ซึ่งทาง POS&Print ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งพิมพ์แบบฟอร์มทางธุรกิจและแบบฟอร์มสำเร็จรูปประเภทต่าง ๆ ก็พร้อมให้ข้อมูลได้อย่างครอบคลุมเสมอมา 

    .

    อ้างอิงข้อมูลจาก