ธุรกิจร้านกาแฟ เลือกเมล็ดกาแฟแบบไหน ให้ได้รสชาติที่ต้องการ
ธุรกิจร้านกาแฟ เลือกเมล็ดกาแฟแบบไหน ให้ได้รสชาติที่ต้องการ
เพราะ ‘ธุรกิจกาแฟ’ หนึ่งในธุรกิจยอดฮิตที่เป็นความฝันของคอกาแฟหลายคน แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันสูง แต่ก็ยังมีโอกาสในการเติบโตมาก ก่อนจะเริ่มเปิดร้านได้ก็ต้องเข้าใจหลายๆ เรื่อง รวมถึง ‘วิธีการเลือกเมล็ดกาแฟ’ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ รสชาติ ความกลมกล่อม กลิ่นหอมๆ ที่เราอยากได้POS & PRINT มาพร้อม 7 ทริกในการคัดเลือดเมล็ดกาแฟเพื่อเข้ามาวางจำหน่ายที่ร้านของเรา ตั้งแต่แหล่งผลิต คุณภาพ ราคา ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ที่ล้วนส่งผลกับความหอมอร่อยของกาแฟเราได้
1. เลือกจากแหล่งผลิตที่ได้คุณภาพ
เนื่องจากกาแฟเป็นเมล็ดจากผลไม้ชนิดหนึ่ง สภาพแวดล้อมในการปลูก เช่น ดิน น้ำ อากาศ รวมถึงการดูแลรักษา ล้วนมีผลต่อคุณภาพของเมล็ดกาแฟโดยตรง ดังนั้น ควรเลือกเมล็ดกาแฟจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน การให้น้ำ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีรสชาติยอดเยี่ยมที่สุด
2. เลือกจากสายพันธุ์ของเมล็ดกาแฟ
เมล็ดกาแฟหลัก ๆ ที่มีให้เลือกซื้อมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ อาราบิก้าและโรบัสต้า ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยอาราบิก้ามีกลิ่นหอมนุ่มนวล รสชาติหวานกว่า และมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า ในขณะที่โรบัสต้าให้รสชาติเข้มข้น หนักแน่น และมีคาเฟอีนสูงกว่า การเลือกสายพันธุ์ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบของแต่ละคน
Tips : นอกจากนี้แล้วต้องดูเรื่อง Single Origin และ Blend ด้วย โดย Single Origin คือกาแฟสายพันธุ์เดียว จากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน เน้นความอร่อยของสายพันธุ์นั้นๆ ให้ชัดเจน ส่วนกาแฟ Blend คือการนำคุณสมบัติที่แตกต่างกันของแต่ละสายพันธุ์มาผสมให้กลมกล่อมมากขึ้น
3. เลือกจากรสชาติ กลิ่น และระดับการคั่ว
การคั่วเมล็ดกาแฟคือหัวใจสำคัญของรสชาติ จะเปรี้ยว ขม หอม หรือนุ่มนวล ก็ขึ้นอยู่กับระดับการคั่วและการเบลนด์เป็นหลัก ดังนั้น ก่อนนำมาวางขายที่ร้านเรา ก็ต้องทำความเข้าใจถึงแต่ละระดับที่แตกต่างกันของการคั่ว เพื่อให้นำมาขายได้ดี
จุดเด่นของการคั่วแต่ละระดับ
คั่วอ่อน (Light Roast) (>70 agtron)
รักษารสชาติและกลิ่นดั้งเดิมของกาแฟไว้เต็มที่ เปรี้ยวสดชื่น ดื่มง่าย มีกลิ่นผลไม้หรือดอกไม้เบา ๆ
คั่วกลางอ่อน (Medium Light) (60-70 agtron)
คั่วนานขึ้นเล็กน้อย ลดความเปรี้ยวลง แต่ยังคงสดชื่น เหมาะสำหรับการชงแบบ Espresso
คั่วกลาง (Medium Roast) (50-60 agtron)
กลิ่นหอมจากการคั่วชัดเจนขึ้น หวานปนขมคล้ายคาราเมล รสชาติสมดุล เหมาะสำหรับการชง Espresso ทั้งเมนูร้อนและเย็น
คั่วกลางเข้ม (Medium Dark) (40-50 agtron)
รสขมเริ่มเด่นชัดขึ้น เปรี้ยวน้อยลง กลิ่นหอมคล้ายโกโก้ หรือน้ำตาลไหม้ เหมาะกับการชงเอสเพรสโซ่
คั่วเข้ม (Dark Roast) (<40 agtron)
คั่วนานจนเมล็ดเกือบไหม้ มีสีเข้ม ไม่มีรสเปรี้ยว เหลือแต่รสขมและกลิ่นคั่วเข้ม เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟรสจัด



