S32858132

ธุรกิจร้านกาแฟ เลือกเมล็ดกาแฟแบบไหน ให้ได้รสชาติที่ต้องการ

เพราะ ‘ธุรกิจกาแฟ’ หนึ่งในธุรกิจยอดฮิตที่เป็นความฝันของคอกาแฟหลายคน แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันสูง แต่ก็ยังมีโอกาสในการเติบโตมาก ก่อนจะเริ่มเปิดร้านได้ก็ต้องเข้าใจหลายๆ เรื่อง รวมถึง ‘วิธีการเลือกเมล็ดกาแฟ’ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ รสชาติ ความกลมกล่อม กลิ่นหอมๆ ที่เราอยากได้POS & PRINT มาพร้อม 7 ทริกในการคัดเลือดเมล็ดกาแฟเพื่อเข้ามาวางจำหน่ายที่ร้านของเรา ตั้งแต่แหล่งผลิต คุณภาพ ราคา ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ที่ล้วนส่งผลกับความหอมอร่อยของกาแฟเราได้

1. เลือกจากแหล่งผลิตที่ได้คุณภาพ

เนื่องจากกาแฟเป็นเมล็ดจากผลไม้ชนิดหนึ่ง สภาพแวดล้อมในการปลูก เช่น ดิน น้ำ อากาศ รวมถึงการดูแลรักษา ล้วนมีผลต่อคุณภาพของเมล็ดกาแฟโดยตรง ดังนั้น ควรเลือกเมล็ดกาแฟจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน การให้น้ำ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีรสชาติยอดเยี่ยมที่สุด

2. เลือกจากสายพันธุ์ของเมล็ดกาแฟ

เมล็ดกาแฟหลัก ๆ ที่มีให้เลือกซื้อมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ อาราบิก้าและโรบัสต้า ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยอาราบิก้ามีกลิ่นหอมนุ่มนวล รสชาติหวานกว่า และมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า ในขณะที่โรบัสต้าให้รสชาติเข้มข้น หนักแน่น และมีคาเฟอีนสูงกว่า การเลือกสายพันธุ์ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบของแต่ละคน

Tips : นอกจากนี้แล้วต้องดูเรื่อง Single Origin และ Blend ด้วย โดย Single Origin คือกาแฟสายพันธุ์เดียว จากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน เน้นความอร่อยของสายพันธุ์นั้นๆ ให้ชัดเจน ส่วนกาแฟ Blend คือการนำคุณสมบัติที่แตกต่างกันของแต่ละสายพันธุ์มาผสมให้กลมกล่อมมากขึ้น

3. เลือกจากรสชาติ กลิ่น และระดับการคั่ว

การคั่วเมล็ดกาแฟคือหัวใจสำคัญของรสชาติ จะเปรี้ยว ขม หอม หรือนุ่มนวล ก็ขึ้นอยู่กับระดับการคั่วและการเบลนด์เป็นหลัก ดังนั้น ก่อนนำมาวางขายที่ร้านเรา ก็ต้องทำความเข้าใจถึงแต่ละระดับที่แตกต่างกันของการคั่ว เพื่อให้นำมาขายได้ดี

จุดเด่นของการคั่วแต่ละระดับ

  • คั่วอ่อน (Light Roast) (>70 agtron)

รักษารสชาติและกลิ่นดั้งเดิมของกาแฟไว้เต็มที่ เปรี้ยวสดชื่น ดื่มง่าย มีกลิ่นผลไม้หรือดอกไม้เบา ๆ


  • คั่วกลางอ่อน (Medium Light) (60-70 agtron)

คั่วนานขึ้นเล็กน้อย ลดความเปรี้ยวลง แต่ยังคงสดชื่น เหมาะสำหรับการชงแบบ Espresso


  • คั่วกลาง (Medium Roast) (50-60 agtron)

กลิ่นหอมจากการคั่วชัดเจนขึ้น หวานปนขมคล้ายคาราเมล รสชาติสมดุล เหมาะสำหรับการชง Espresso ทั้งเมนูร้อนและเย็น


  • คั่วกลางเข้ม (Medium Dark) (40-50 agtron)

รสขมเริ่มเด่นชัดขึ้น เปรี้ยวน้อยลง กลิ่นหอมคล้ายโกโก้ หรือน้ำตาลไหม้ เหมาะกับการชงเอสเพรสโซ่


  • คั่วเข้ม (Dark Roast) (<40 agtron)

คั่วนานจนเมล็ดเกือบไหม้ มีสีเข้ม ไม่มีรสเปรี้ยว เหลือแต่รสขมและกลิ่นคั่วเข้ม เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟรสจัด


4. เลือกให้เข้ากับวิธีการชง

นอกจากการเลือกเมล็ดกาแฟจากระดับการคั่วที่ส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติแล้ว ยังส่งผลต่อวิธีการชงด้วย หากชงแบบดริป ควรเลือกกาแฟคั่วอ่อนหรือคั่วกลาง เพราะจะสกัดรสชาติและกลิ่นหอมได้เต็มที่ ส่วนกาแฟคั่วกลางและคั่วเข้มจะเหมาะกับการชงด้วยเครื่อง Espresso อย่างไรก็ตามกาชงกาแฟไม่มีกฎตายตัว ในฐานะเจ้าของร้านเราสามารถทดลองปรับเปลี่ยนเมล็ดและวิธีชงให้เข้ากับรสนิยมของตัวเองได้ตามใจ เพื่อให้ได้กาแฟที่ถูกใจที่สุด

5. เลือกขนาดถุงให้พอดีกับการใช้

เมล็ดกาแฟมีให้เลือกหลายขนาด จะเลือกถุงเล็กหรือถุงใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานของร้าน เคล็ดลับคือ เราควรคำนวณก่อนซื้อและเลือกขนาดถุงที่ใช้หมดภายใน 1 สัปดาห์ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องเพื่อสต็อกในระยะยาวมาก เพื่อรักษาความสด กลิ่นหอม และรสชาติของกาแฟให้เต็มที่ทุกครั้งที่ชง

6. พิจารณามาตรฐานและการรับรอง

การเลือกเมล็ดกาแฟควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานและการรับรองเช่นกัน เพราะหลังจากแปรรูปแล้วการตรวจสอบอาจทำได้ยาก เช่นเดียวกับผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ มาตรฐาน GMP และ ISO เป็นการรับประกันว่าเมล็ดกาแฟนั้นผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีและสารพิษที่อาจเป็นอันตรายจากกระบวนการผลิต และส่งผลเสียมาถึงเรา

7. ราคาต้องสมเหตุสมผล

สุดท้ายนี้ เรื่องของราคาก็สำคัญไม่แพ้กัน ราคาควรสมเหตุสมผลกับคุณภาพและแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หากราคาและข้อมูลของกาแฟไม่สอดคล้องกัน อาจต้องพิจารณาให้ดี โดยทั่วไป ราคาของเมล็ดกาแฟจะขึ้นอยู่กับแหล่งปลูกและคุณภาพ เช่น กาแฟแบบ Single Origin ที่มาจากแหล่งปลูกเดียว ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นั้น ๆ ส่วนกาแฟแบบ Blend เป็นการผสมผสานเมล็ดจากหลายแหล่ง เพื่อสร้างรสชาติใหม่ที่ลงตัว

สรุป

การเลือกเมล็ดกาแฟไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราต้องทำความเข้าใจในความละเอียดละอ่อนของเหล่าเมล็ดกาแฟให้มากที่สุด เพราะทุกๆ ขั้นตอนของมัน ไม่ว่าจะปลูก ดิน น้ำ อากาศ ไปจนถึงการคั่ว ล้วนส่งผลต่อรสชาติทั้งนั้น ในฐานะเจ้าของกิจการธุรกิจร้านกาแฟ การคัดสรรเมล็ดที่ดีที่สุดเพื่อเสริมวันที่ดีของลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยPOS & PRINT หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณได้แนวทางในการบริหารธุรกิจและกิจการให้เติบโตและทำกำไรได้มากขึ้น สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการบริหารร้าน เทคนิค และไอเดียทำธุรกิจอื่น ๆ ได้ในหน้าบทความของเรา หรือ ดูสินค้ากระดาษใบเสร็จ กระดาษความร้อน ที่ใช้กับเครื่องแคชเชียร์ เครื่องปริ้นต์ใบเสร็จ << ได้ที่นี่

Screenshot2024-03-13153301