POS&PrinterR251761x900edit

ปัจจุบัน เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการดำเนินชีวิต เราเลือกกินอาหารดี ๆ ปลอดสารเคมี เราไปออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ

แต่นอกจากการเลือกรับประทานอาหาร หรือการทำกิจวัตรที่ส่งผลดีต่อร่างกาย มีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพของเราเช่นกัน นั่นก็คือการเลือกสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีสารเคมีตกค้าง โดยเฉพาะสาร BPA ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต และหลายประเทศก็ได้จำกัดและยกเลิกการใช้ไปแล้วชวนไปทำความรู้จักกับสาร BPA และการหลีกเลี่ยงสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนี้กัน 

BPA คืออะไร 

เราอาจเคยเห็นผ่านตากับคำว่า BPA Free แต่หลายคนก็อาจจะยังงง ๆ ว่าเจ้า BPA มันคืออะไรกันแน่ และอันตรายแค่ไหน 

BPA เป็นชื่อสารเคมีที่ย่อมาจาก Bisphenol A ซึ่งเป็นสารเคมีที่มักนำไปผลิตขวดพลาสติก เช่น ขวดนม กล่องใส่อาหาร หรือภาชนะบางอย่าง ซึ่งมีคุณสมบัติโปร่งใส แข็งแรง รับแรงกระแทกได้ โดยในสมัยก่อน ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 มีนักเคมีได้ค้นพบสาร BPA ที่สามารถนำมาผสมกับสารประกอบอื่น ๆ ได้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และความยืดหยุ่น จึงนำไปเป็นส่วนประกอบของพลาสติกโพลีคาร์บอเนตและเรซินอีพ็อกซี่ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราทำความสะอาดด้วยการขัดถูบ่อย ๆ รวมไปถึงการโดนความร้อนเป็นประจำ นานวันเข้าภาชนะต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเกิดรอยขีดข่วน และเกิดคราบขุ่น ๆ ขึ้น ซึ่งเป็นการทำให้สาร BPA ที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งในพลาสติกนั้นปนเปื้อนลงบนอาหาร หรือน้ำนมได้ จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ 

นอกจากนี้ BPA ยังสามารถพบได้ในกระดาษความร้อน (Thermal Paper) ที่เป็นสารเคลือบบนผิวกระดาษ ซึ่งหากได้รับความร้อนก็อาจจะเกิดการปนเปื้อน เวลาสัมผัสกระดาษก็อาจได้รับสาร BPA ติดมือ และอาจเข้าสู่ร่างกาย และก่อให้เกิดโรคอันตรายได้เช่นกัน

จะพบสาร BPA ได้จากอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่สาร BPA จะพบในบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้กับอาหารเครื่องดื่ม ที่ต้องการความยืดหยุ่น โปร่งใส ทนต่ออุณหภูมิสูงในระดับหนึ่ง หรือสิ่งของบางประเภทที่ใช้กับความร้อน จึงมักพบในผลิตภัณฑ์ เช่น 

  • ขวดนม ขวดน้ำดื่ม ช้อนพลาสติก กล่องใส่อาหารพลาสติก
  • สารเคลือบบริเวณกระป๋อง ทำให้สามารถพบปนเปื้อนได้ในอาหารกระป๋อง
  • อุปกรณ์อาบน้ำเด็ก
  • ของเล่นพลาสติก
  • จุกหลอก ยางกัด
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น เครื่องนึ่งขวดนมไฟฟ้า
  • กระดาษความร้อน 

สาร BPA อันตรายอย่างไร 

อย่างที่ทราบกันว่า BPA เป็นสารเคมีที่ใช้ในการผลิตพลาสติกที่สัมผัสอาหาร รวมไปถึงกระดาษบางประเภทโดยตรง จึงมีข้อควรระวังและอันตรายแฝงอยู่ที่ควรรู้ 

  • สาร BPA มีผลต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท ความทรงจำ และทักษะการเรียนรู้
  • สาร BPA มีผลต่อฮอร์โมนการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ ทำให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินไปเด็กที่ได้รับ
  • สาร BPA มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนและไฮเปอร์แอคทีฟ '
  • สาร BPA ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจ
  • สาร BPA ที่สะสมในร่างกายมากจนเกินไปจะไปลดศักยภาพการทำงานของร่างกาย 

กฎหมายและการจำกัดการใช้ BPA ในแต่ละประเทศ 

เมื่อได้เห็นอันตรายและผลกระทบของ BPA ก็ทำให้หลาย ๆ คนตระหนักได้ว่าสาร BPA นั้นเป็นสารที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ให้ข้อมูลว่าสาร BPA นั้นไม่ปลอดภัยในการใช้งาน จึงทำให้เริ่มมีการออกนโยบายจำกัดการใช้สาร BPA ขึ้นในหลากหลายรัฐ 

ในส่วนของแคนาดามีการเริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้สาร BPA ในปี พ.ศ. 2551 นับเป็นประเทศแรกที่มีการประกาศให้สาร BPA เป็นสารอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 

ประเทศไทยเอง เริ่มบังคับใช้ข้อกฎหมายเพื่อควบคุมความปลอดภัยของสาร BPA ในปี พ.ศ. 2558 โดยออกประกาศฯ ควบคุมความปลอดภัยของขวดน้ำและภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เลี้ยงเด็กทารกและเด็กเล็ก 

นอกจากนี้บางประเทศก็มีการยกเลิกการใช้รวมไปถึงสั่งห้ามใช้ขวดนมที่มีสาร BPA เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน มาเลเซีย ตุรกี อาร์เจนตินา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

BPA Free คืออะไร

เพราะ BPA มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเจริญเติบโต และศักยภาพในร่างกายของเรา ทำให้หลายประเทศก็เริ่มออกมาตรการ bpa free ซึ่งเป็นฉลากที่ใช้บอกถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสาร BPA ที่ก่อให้เกิดอันตรายตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งสัญลักษณ์ BPA Free จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและลูกหลาน และช่วยป้องกันสุขภาพไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่เมื่อได้รับความร้อนจะถูกปลดปล่อยออกมา 

หลีกเลี่ยงสาร BPA อย่างไรดี 

BPA เป็นสารเคมีที่อันตรายกว่าที่คิด ส่งผลต่อพัฒนาการและการเติบโต รวมไปถึงลดศักยภาพในการทำงานของร่างกาย ดังนั้นการหลีกเลี่ยงสาร BPA จึงสำคัญ และทำได้ง่าย ๆ นั่นก็คือ 

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์หรือฉลาก BPA Free
  • หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่มีเครื่องหมายรีไซเคิลที่ระบุหมายเลข 3 (PVC) และหมายเลข 7 (Other)
  • หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติก 

เลือกใช้กระดาษแบบ BPA Free 

แม้ว่าสาร BPA มักจะพบในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก แต่ใช่ว่าสินค้าบางประเภทจะไม่มีสาร BPA เป็นส่วนประกอบ เพราะแม้แต่กระดาษบางชนิดก็มีการนำสาร BPA มาใช้ร่วมด้วย เช่น กระดาษความร้อนหรือ Thermal Paper ที่มีการเคลือบสาร BPA ไว้ ซึ่งหากสัมผัสกับกระดาษความร้อนบางรุ่นที่มีการใช้สาร BPA ก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งได้ 

ดังนั้นการเลือกซื้อกระดาษความร้อนแบบ BPA Free จึงสำคัญในยุคนี้เพราะช่วยปกป้องทั้งคนทำธุรกิจและลูกค้า ซึ่งปัจจุบันสามารถหาซื้อได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ในราคาที่ถูกลง โดยอาจลองตรวจสอบความปลอดภัยผ่านฉลาก BPA Free หรือสอบถามข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญด้านกระดาษความร้อน เช่น POS&Print ที่เห็นความปลอดภัยของผู้ซื้อเป็นสำคัญ จึงเลือกสรรกระดาษความร้อนแบบ BPA Free มาให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกระดาษความร้อนขนาด 57×38 mm. ไปจนถึง 80×80 mm. ที่รับรองได้ว่าปลอดภัยจากสาร BPA และห่างไกลจากโรคมะเร็งแน่นอน

สรุป

ในยุคสมัยก่อน สาร BPA อาจช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับการทำธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสินค้าต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น และงานวิจัยก็ค้นพบว่าสาร BPA ก่อให้เกิดอันตรายอย่างไร การเลือกสินค้าที่ปราศจาก BPA หรือ BPA Free จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยในชีวิตทั้งกับตัวเองและลูกหลาน เพราะยังมีสินค้าอีกหลายหลายประเภทที่ตรงใจ มีคุณภาพและยังปลอดภัยอีกด้วย 

หากใครที่ยังเกิดความลังเลใจ การสอบถามผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้ เพราะเราต่างมีเพียงหนึ่งชีวิต ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรนึกถึงเป็นอันดับแรกเสมอ 

แหล่งอ้างอิง: