อยากเปิดร้านกาแฟ ลงทุนอย่างไรให้กำไรดี ไม่มีขาดทุน!
ธุรกิจร้านกาแฟเป็นหนึ่งในธุรกิจที่หลายคนมีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ตลาดของร้านกาแฟยังเติบโตขึ้น เนื่องด้วยผู้คนคุ้นชินกับวัฒนธรรมคาเฟ่ ไม่ว่าจะไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟหรือวันหยุดที่ต้องการพักผ่อน ทำให้หลายคนมีความคิดอยากเปิดร้านกาแฟ
อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง การที่มีธุรกิจร้านกาแฟเปิดกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงในตลาด ทำให้หลายร้านที่สู้ไม่ไหวก็จำต้องปิดกิจการไป หนึ่งในสาเหตุสำคัญนอกจากการที่ขาดลูกค้าแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่มักมาจากการบริหารต้นทุนได้ไม่ดี ทำให้ขาดทุนได้
แล้วอยากทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟให้รอดนั้น เราควรจะต้องลงทุนและบริหารอย่างไร บทความนี้ POS&Print จะพาคุณไปคำนวณต้นทุนต่าง ๆ ที่ควรจะเป็นกัน
เปิดร้านกาแฟมีต้นทุนอะไรบ้าง
เริ่มแรกต้องทำความเข้าใจเรื่องของต้นทุนในการทำร้านกาแฟก่อน เพื่อที่จะคำนวณได้ว่า ร้านของเราทำรายได้เท่าไรจึงครอบคลุมต้นทุนได้ โดยต้นทุนในการเปิดร้านกาแฟจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่
1. เงินทุนตั้งต้นเปิดร้านกาแฟ
2. เงินทุนหมุนเวียนทำร้านกาแฟ (อ้างอิงต้นทุนต่างๆ)
เงินทุนตั้งต้นสำหรับเปิดร้านกาแฟ
จะเปิดร้านกาแฟก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำร้านและเปิดร้าน เป็นค่าใช้จ่ายที่ทำให้เกิดร้านขึ้นมา ซึ่งจ่ายครั้งเดียวเฉพาะตอนที่เริ่มทำธุรกิจ (ไม่รวมการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสิ่งของในภายหลัง) โดยค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟ ยกตัวอย่างเช่น
- เงินค่าก่อสร้าง ค่าออกแบบ ค่าตกแต่งร้าน
- ค่าป้ายร้านและภาษีป้ายร้าน (ป้ายร้านด้านธุรกิจ ตั้งแต่ 200 บาท - 500 บาท สำหรับป้ายร้านค้าขนาดทั่วไป)
- โต๊ะ เก้าอี้ ที่นั่ง และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในร้าน
- ของตกแต่งร้าน เช่น แจกัน กระจก ผ้าม่าน ต้นไม้ประดับ
- เคาน์เตอร์กาแฟ
- ค่าวางระบบน้ำและไฟฟ้า
- เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียงภายในร้าน
- ค่าเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ เครื่องปั่น อุปกรณ์ชงเบ็ดเตล็ด ฯลฯ
- เครื่องเก็บเงิน แคชเชียร์ หรือเครื่องคิดเงินระบบ POS)
- ค่าวัตถุดิบเข้าร้านครั้งแรก เช่น ค่าเมล็ดกาแฟ น้ำตาล นมข้นหวาน ไซรัป แก้วกาแฟ หลอด ฯลฯ
เงินทุนหมุนเวียนสำหรับทำร้านกาแฟ
นอกจากเงินทุนที่ต้องใช้เปิดร้านในครั้งแรกแล้ว การทำร้านกาแฟก็ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้จ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าของ ค่าจ้างต่าง ๆ ที่ควรจะมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ตั้งแต่ 3 - 6 เดือน ขึ้นไป เพราะว่าในระยะแรกร้านอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จึงควรต้องมีเงินทุนสำรองเพื่อให้สามารถเปิดร้านได้จนร้านเป็นที่รู้จัก
ค่าใช้จ่ายประจำของร้านกาแฟ ยกตัวอย่างเช่น
- วัตถุดิบ
- บรรจุภัณฑ์
- ค่าจ้างพนักงาน
- ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าเช่าสถานที่ (ถ้ามี)
- เงินเดือนเจ้าของร้าน (ควรกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น)
ลองคำนวณจุดคุ้มทุนเปิดร้านกาแฟ: ขายกาแฟแก้วละกี่บาทจึงคุ้ม?
สำหรับวิธีง่าย ๆ ในการคำนวณจุดคุ้มทุนเปิดร้านกาแฟ เราสามารถตั้งราคากาแฟเฉลี่ยต่อแก้วของร้านของเราได้ก่อน เช่น 50 บาท หรือ 70 บาท จากนั้นจึงนำไปหักลบกับต้นทุนเพื่อดูกำไรสุดท้ายที่เหลือได้ ในการคำนวณต่อรอบ เราก็จะได้ราคาที่ควรจะขายหรือจำนวนที่แก้วที่ควรขายให้ได้ต่อวันแล้ว
สำหรับขั้นตอนในการคำนวณก็มี 3 ขั้นตอน ดังนี้
1. คำนวณต้นทุน
ต้นทุนที่ต้องนำมาคำนวณจะประกอบไปด้วย ต้นทุน 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ต้นทุนตั้งต้นเปิดร้าน ค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในแต่ละเดือน และต้นทุนต่อแก้วโดยให้แยกค่าใช้จ่ายที่เป็นวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ออกมาคำนวณ
ยกตัวอย่างเช่น
- ต้นทุนเปิดร้านครั้งแรก เช่น ค่าก่อสร้าง ค่าตกแต่ง ค่าเครื่องมือต่าง ๆ ฯลฯ ประมาณ 600,000 บาท
- ต้นทุนหมุนเวียน เช่น ค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ค่าจ้าง เงินเดือนเจ้าของร้าน ฯลฯ ประมาณ 70,000 บาท ต่อเดือน หรือ 2,000 บาท ต่อวัน
- ต้นทุนต่อแก้ว ได้แก่ ค่าวัตถุดิบและค่าแก้ว-หลอด ประเมินค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 18 บาท ต่อแก้ว
2. คำนวณจุดคุ้มทุนและกำไรต่อเดือน
ในขั้นตอนนี้ เราจะนำต้นทุนทั้งหมดมาลองตั้งสมมติฐานคำนวณกับราคาขายกาแฟต่อแก้ว สามารถคำนวณตามด้วยสูตรนี้
กำไรต่อเดือน = [ยอดขายทั้งเดือน - ต้นทุนต่อแก้วทั้งเดือน] - ต้นทุนหมุนเวียน
โจทย์: ประยุกต์จากแผนธุรกิจร้านกาแฟของคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ที่ปรึกษาการวางแผนธุรกิจ
- ขายกาแฟเฉลี่ยแก้วละ 60 บาท จำนวน 100 แก้วต่อวัน
- ต้นทุนต่อแก้ว 18 บาท
- ต้นทุนหมุนเวียน 70,000 บาท ต่อเดือน
- เงินทุนตั้งต้นเปิดร้าน 600,000 บาท
คำนวณได้ ดังนี้
- สมมติยอดขายต่อเดือน60 บาท x 100 แก้ว x 30 วัน = 180,000 บาท
- คำนวณหักราคาต้นทุนต่อแก้ว18 บาท x 100 แก้ว x 30 วัน = 54,000 บาท
- หักต้นทุนต่อแก้วออกจากยอดขาย180,000 บาท - 54,000 บาท = 126,000 บาท
- นำยอดขายที่เหลือมาหักกับต้นทุนหมุนเวียน126,000 บาท - 70,000 บาท = 56,000 บาท
สรุป หากขายกาแฟราคาเฉลี่ยต่อแก้ว 60 บาท จำนวน 100 แก้วต่อวัน จะมีรายได้ 180,000 บาท ต่อเดือน และกำไรหลังหักต้นทุนทั้งต้นทุนต่อแก้วและต้นทุนหมุนเวียน ∴ร้านจะได้กำไร 56,000 บาท ต่อเดือน
3. คำนวณระยะเวลาที่ร้านจะคืนทุน
หากต้องการรู้ว่า ต้นทุนตั้งต้นในการเปิดร้านกาแฟที่ลงไป จะคืนทุนเมื่อไร เราก็สามารถนำกำไรทั้งหมดต่อเดือนมาคำนวณด้วยสูตรต่อไปนี้
เงินทุนตั้งต้นเปิดร้าน ➗ กำไรทั้งหมดต่อเดือน = จำนวนเดือนที่ร้านจะคืนทุน
ยกตัวอย่าง จากโจทย์ข้างต้น ได้ดังนี้
600,000 บาท ➗ 56,000 บาท = 10.7 เดือน
จากการคำนวณข้างต้น ถือว่าระยะเวลาในการคืนทุนไม่นาน ทั้งนี้ หากตัวเลขที่คำนวณได้นั้นขาดทุน ก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับต้นทุนต่าง ๆ ลง การปรับราคาขายต่อแก้วขึ้น และการปรับแผนที่ต้องขายให้ได้มากขึ้นต่อวัน คุณสามารถคำนวณกำไร-ต้นทุนเหล่านี้ในกระดาษกี่ครั้งก็ได้ จนกว่าจะเจอจุดคุ้มทุนเปิดร้านกาแฟที่คุณพอใจ
.
ทิปแนะนำเปิดร้านกาแฟให้คืนทุนไว
สำหรับบางร้านที่มีต้นทุนในการตั้งต้นค่อนข้างสูงหรือในกรณีที่ต้องจ่ายค่าเช่าร้าน อาจทำให้ระยะเวลาที่ร้านจะคืนทุนมีระยะเวลาที่ยาวนานอาจมากถึง 10 ปี ได้ POS&Print จึงอยากแนะนำทิปในการเปิดร้านกาแฟในคืนทุนไว้สักเล็กน้อย เพื่อให้ร้านของคุณคืนกำไรได้โดยเร็วขึ้น
- คำนึงถึงต้นทุนและราคาต่อแก้วให้ละเอียด ให้แน่ใจว่า ราคาต่อแก้วที่นำมาคำนวณต้องเป็นต้นทุนจริง ๆ หากต่ำกว่าต้นทุนจริง อาจทำให้กำไรที่ได้จริง ๆ ลดลง
- ปรับลดต้นทุนอื่น ๆ เช่น ค่าตกแต่งร้าน ค่าสกรีนแก้ว และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจจะไม่จำเป็น
- เพิ่มช่องทางขายเดลิเวอรี ไม่ว่าจะเป็น LINE MAN, Grab, Robinhood เพื่อเพิ่มโอกาสการขาย ทั้งนี้ อย่าลืมว่า การขายบนแอปพลิเคชัน Food Delivery จะมีค่า GP หรือส่วนแบ่งที่ต้องจ่ายให้ช่องทาง 30% - 37%ทำบัญชีอย่างละเอียดเพื่อควบคุมต้นทุน แนะนำให้ใช้เครื่องคิดเลขระบบ POS เพราะจะมีระบบที่ช่วยคุณทำบัญชีได้ละเอียด พร้อมกับมีการตัดสต็อกวัตถุดิบในทุกออเดอร์ ทำให้ร้านเห็นค่าใช้จ่าย
- ใส่ใจทำการตลาดและแตกไลน์สินค้าใหม่ ๆ เช่น เค้ก ของกินเล่น กาแฟ Specialty ขายโปรดักต์ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายเมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน จะช่วยให้ได้สัดส่วนกำไรต่อเดือนมากขึ้น
สรุป
หากจะลงทุนเปิดร้านกาแฟให้รอด จุดสำคัญที่เจ้าของร้านควรทบทวนให้รอบคอบก่อน นั่นคือ การคำนวณหาต้นทุนต่าง ๆ และคิดราคากาแฟเพื่อหาจุดคุ้มทุนที่สุดเพื่อให้ร้านสามารถสร้างกำไรได้ โดยเจ้าของร้านสามารถทำการคำนวณต้นทุน พร้อมกับปรับแผนการขายและราคากี่ครั้งก็ได้ เพื่อให้แผนธุรกิจรอบคอบที่สุด
นอกจาก อีกตัวช่วยสำคัญในการเปิดร้านกาแฟในยุคนี้ก็คือ เครื่องคิดเงินระบบ POS ที่จะช่วยร้านทำบัญชี ติดตามรายรับ-รายจ่ายทุกรายการได้ ช่วยให้เจ้าของร้านควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น รวมไปถึงเครื่อง POS บางเจ้าก็สามารถรับออเดอร์จาก Food Delivery ได้ เช่น เครื่อง POS Wongnai ที่สามารถรับออร์เดอร์จากแอปฯ LINE MAN ได้
และถ้าหากคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟมือใหม่ ไม่ว่าจะใช้เครื่อง POS หรือแคชเชียร์รุ่นอื่น ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่คุณต้องใช้ก็คือกระดาษพิมพ์ใบเสร็จ โดยคุณสามารถเลือกซื้อกระดาษใบเสร็จจาก POS&Print ได้ เรามีกระดาษใบเสร็จคุณภาพดี ในราคาที่คุ้มค่า ยิ่งซื้อมากยิ่งคุ้ม ช่วยควบคุมต้นทุนร้านกาแฟของคุณให้ดียิ่งขึ้น
แหล่งอ้างอิง:
- https://www.wongnai.com/articles/the-coffee-shop-3
- https://www.wongnai.com/articles/coffee-shop-business-plan
- https://www.aromathailand.com/open-a-coffee-shop-investing
- https://www.nlcoffee.net/
- https://www.youtube.com/watch?v=R67tcaAsXYY
- https://www.youtube.com/watch?v=F7t2DMCJjXE
- https://www.youtube.com/watch?v=WwTl3ht-5pQ