POS-SEO-_sharp_12-(JUN)

ภายหลังวิกฤตโรคระบาด โลกก็เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตจากข้อจำกัดต่าง ๆ จากการกักตัว ทำให้ในปี 2023 ที่ผ่านพ้นวิกฤตมาแล้ว มีธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์และเดลิเวอรีที่มีอัตราเติบโตในช่วง 2 - 3 ปีหลังอย่างก้าวกระโดด

POS&Print เพื่อนคู่คิดผู้ประกอบการ ได้รวบรวม 10 ธุรกิจที่น่าสนใจ ลงทุนน้อย ฉบับอัปเดตปี 2023 ไว้ สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจมาอัปเดตกันในบทความนี้

10 ธุรกิจที่น่าสนใจ ลงทุนน้อย 2023

รวม 10 ธุรกิจน่าจับตามองที่เริ่มต้นได้ไม่อยากและตลาดมีความต้องการในปี 2023 โดยหลายธุรกิจนั้นจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์ ตามเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์มีข้อดีคือเร่ิมต้นได้ง่ายและใช้ต้นทุนตำ่กว่า แต่ก็มีข้อเสียที่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ทั้งนี้ ยังมีไอเดียธุรกิจน่าสนใจ ลงทุนน้อยอื่น ๆ ที่ตลาดยังมีความต้องการรวมไว้อีกด้วย 

1. งานฟรีแลนซ์ออนไลน์ (Online Freelancer)

.

อาชีพฟรีแลนเซอร์หรือพนักงานอิสระ เป็นอีกอาชีพที่มีอัตราเติบโตและความต้องการสูงอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงปี 2020 ที่เกิดการระบาดของไวรัสขึ้น ทำให้รูปแบบการทำงานหลายประเภทที่เคยต้องเข้าออฟฟิศเป็นการทำงานในรูปแบบ Work From Home กันมากขึ้น

ใครที่มีทักษะ มีความสามารถ หรือมีวิชาชีพติดตัว เช่น นักบัญชี นักเขียนบทความ/บล็อกเกอร์ นักผลิตคอนเทนต์ นักแปล ดีไซเนอร์ นักตัดต่อวิดีโอ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักการตลาด ฯลฯ ก็สามารถสร้างรายได้จากโลกออนไลน์ โดยสามารถทำงานเหล่านี้เป็นรายได้ประจำหรือจะทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้ นอกจากการขายงานผ่านโซเชียลมีเดียช่องทางส่วนตัวแล้ว ปัจจุบันก็มีเว็บไซต์ฝากโปรไฟล์งานฟรีแลนซ์หลากหลายเว็บไซต์ เช่น 

  • Fastwork
  • Freelance Bay
  • Thai Freelance Agency
  • Upwork
  • Fiverr 

.

2. ธุรกิจขายของออนไลน์

.

ธุรกิจขายของออนไลน์เป็นอีกตลาดที่มีอัตราเติบโตขึ้นมากในช่วง 4 - 5 ปี ให้หลัง เนื่องจากผู้คนคุ้นเคยกับการซื้อ/สั่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านเว็บอีคอมเมิร์ซ ๖E-commerce) อย่าง Shopee, Lazada, Amazon, Alibaba หรือการสั่งซื้อสินค้าจาก “ไลฟ์สด” (Live Streaming) บนช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, TikTok

โดยในปัจจุบัน บนโลกออนไลน์สามารถขายสินค้าได้แทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารสด อาหารสัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยสำหรับคนอยากขายของออนไลน์ ในปี 2023 ก็มีเทรนด์สินค้ามาแรงที่น่าสนใจ ตลาดกำลังโต ยกตัวอย่างเช่น 

  • กลุ่มเสื้อฟ้าและสินค้าแฟชั่น 
  • อุปกรณ์กีฬาและฟิตเนส 
  • อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ 
  • สินค้าอุปกรณ์โทรศัพท์และแกดเจ็ต (Gadget) 
  • ของตกแต่งบ้านและโต๊ะคอมพิวเตอร์/ตกทำงาน 
  • อุปกรณ์ทำความสะอาด สิ่งอำนวยความสะดวก และของใช้ภายในบ้าน 
  • อาหารและสินค้าสัตว์เลี้ยง 

3. ธุรกิจดรอปชิป (Dropshipping) 

ธุรกิจดรอปชิป (Dropshipping) เป็นอีกธุรกิจออนไลน์ที่หลายกับการขายของออนไลน์เพียงแต่ว่า ผู้ขายไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้า โดยผู้ขายหรือ Dropshipper จะทำหน้าที่เป็นคนกลางขายสินค้าให้กับแบรนด์คอยติดต่อเจ้าของสินค้าเพื่อติดต่อขอทำหน้าที่โปรโมตหรือขายสินค้าให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ฯลฯ เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ ผู้ขายก็เพียงติดต่อแบรนด์ให้ส่งสินค้าให้กับลูกค้า หรือเรียกง่ายว่า คือ “ธุรกิจตัวแทนจำหน่าย” 

ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ลงทุนน้อย เริ่มต้นง่าย ทั้งนี้ กำไรที่ได้จะน้อยกว่าการขายของทั่วไปที่ผู้ขายมีต้นทุนในการสต็อกสินค้า เพราะแทบจะไม่มีต้นทุนสินค้า รูปแบบรายได้จึงเป็นส่วนแบ่ง 

ยกตัวอย่างสินค้าดรอปชิปที่มีแนวโน้มขายดี 

  • สินค้าเกี่ยวกับงานอดิเรก เช่น อุปกรณ์วาดรูป, อุปกรณ์ทำเทียนหอม, อุปกรณ์ทำขนม, อุปกรณ์ตกปลา ฯลฯ 
  • สินค้าที่คนต้องซื้อซ้ำเรื่อย ๆ หรือซื้อบ่อย เช่น ของใช้ประจำตัว เครื่องเขียน สินค้าแฟชั่น ฯลฯ 
  • สินค้าขายส่งหรือสินค้าที่ขายคราวละมาก ๆ 

แพลตฟอร์มที่เปิดให้ทำ Dropshiping 

  • Alibaba
  • Amazon
  • Ebay 

4. ทำ Affiliate Marketing 

.

การทำธุรกิจ Affiliate Marketing คือ การช่วยแบรนด์โปรโมตสินค้าผ่านลิงก์เฉพาะและรับส่วนแบ่งที่เรียกว่า “ค่าคอม” (Commissino) ซึ่งจริง ๆ แล้ว การทำ Affiliate อาจไม่เข้าข่ายเป็นการทำธุรกิจเท่าไร แต่เป็นอีกช่องทางในการหารายได้ที่ใช้ต้นทุนต่ำมาก ๆ หรือแทบจะไม่ใช้เลย ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” คล้ายกับการทำธุรกิจดรอปชิป เพียงแต่ว่าไม่ต้องติดต่อเจ้าของแบรนด์และลูกค้าโดยตรง

วิธีการทำ Affiliate Marketing นั้น จะเป็นการนำลิงก์สินค้าจากแบรนด์ หรือแพลตฟอร์มขายของ เช่น Lazada, Shopee มาโปรโมตผ่านช่องทางและวิธีการต่าง ๆ เช่น การเขียนบล็อกแนะนำสินค้า การทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย การเขียนรีวิว การทำคลิปสั้นแนะนำสินค้า ฯลฯ เมื่อผู้ติดตามหรือผู้ชมสนใจทำการคลิกลิงก์สินค้าและสั่งซื้อ ผู้ที่แชร์ Affiliate link ก็จะได้รับส่วนแบ่ง 

ทุกวันนี้ การทำ Affiliate Marketing เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น โดยแพลตฟอร์มยอดนิยมที่ผู้คนใช้ทำ Affiliate Marketing มากที่สุดก็คือ TikTok ผ่านการทำคลิปสั้นแนะนำหรือรีวิวการใช้สินค้า พร้อมกับแนบลิงก์ Affiliate ที่ผู้ชมสามารถคลิกเข้าไปสั่งซื้อสินค้าผ่าน TikTok Shop ได้ทันที 

5. ธุรกิจ Cloud Kitchen 

ธุรกิจ Cloud Kitchen หรือ “ครัวลอย” คือ ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้านหรือโต๊ะรองรับลูกค้า แต่จะขายอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรีเท่านั้น โดย Cloud Kitchen ส่วนใหญ่จะเป็นร้านสาขาของร้านอาหารที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการขยายฐานลูกค้าหรือเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้น และขายอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี 

Cloud Kitchen ถือเป็นร้านอาหารแบบ New Normal ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนคุ้นชินกับการสั่งอาหารมารับประทานที่บ้าน โดยข้อดีของครัวลอยหรือ Cloud Kitchen คือ เรื่องของต้นทุนธุรกิจที่ต่ำกว่าการเปิดร้านใหม่ให้ลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานมาก ๆ เพราะสามารถจำกัดให้มีแค่พื้นที่ครัวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องตกแต่ง และไม่จำเป็นต้องเลือกทำเลแพง ๆ ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงร้านได้ง่าย ๆ 

หากใครที่มีร้านอาหารอยู่แล้วหรืออยากหาธุรกิจน่าสนใจ ลงทุนน้อยทำ Cloud Kitchen ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าเข้าไปศึกษา 

6. ธุรกิจขายอาหารเดลิเวอรี (Food Delivery) 

.

ธุรกิจขายอาหาร เครื่องดื่ม และของกินผ่านเดลิเวอรี (Food Delivery) เป็นอีกธุรกิจที่เติบโตขึ้นมากในช่วง 2 - 3 ปีนี้ และยังมีอัตราการใช้งานที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตภายนอกบ้านอย่างปกติกันแล้ว แต่พฤติกรรมการสั่งอาหารมารับประทานที่บ้านก็กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคย

ทุกวันนี้ มีแพลตฟอร์ม Food Delivery มากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น LINE MAN, Grab, Robinhood ฯลฯ โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีค่าส่วนแบ่ง (ค่า GP) ที่ไม่ต่างกันมากนัก หากจะเลือกเปิดร้านบนแอปพลิเคชันใด แนะนำให้สังเกตว่า ย่านที่เรา เห็นเดลิเวอรีของเจ้าไหนมากที่สุด เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้คนในละแวกนั้นนิยมสั่งอาหารผ่านแอปฯ นั้น ๆ 

สำหรับเมนูอาหารที่ขายดีบนแพลตฟอร์ม Food Delivery ยกตัวอย่างเช่น 

  • เมนูอาหารเช้า 
  • ส้มตำและยำ 
  • ของกินเล่น เช่น ลูกชิ้น ขนมปังปิ้ง เฟรนช์ฟราย ไส้กรอก ฯลฯ 
  • เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ชานมไข่มุก 

7. ขายอาหารเช้าและของกินเล่น

ธุรกิจน่าสนใจ ลงทุนน้อย กำไรดี และเริ่มต้นได้ง่าย คงไม่พ้นการขายอาหารง่าย ๆ ที่ใช้เวลาเตรียมไม่นานหรือเตรียมครั้งเดียว แต่ขายได้ในปริมาณมาก แนะนำขายอาหารเช้าและของกินเล่นที่เข้าใจง่าน ผู้คนนิยมรับประทานกันเป็นประจำ เช่น

  • ข้าวเหนียวหมูปิ้ง-หมูฝอย 
  • ข้าวเหนียวไก่ทอด 
  • แซนวิช 
  • โจ๊ก 
  • น้ำเต้าหู้-ปาท่องโก๋ 
  • เฟรนช์ฟราย 
  • ของทอด  
  • โรตี 
  • ฯลฯ

 จุดเด่นของเมนูอาหารเหล่านี้ คือ เป็นเมนูที่ต้นทุนไม่สูง ผู้คนนิยมรับประทานกันอยู่แล้ว เพียงเลือกทำเลที่ขายให้ถูกต้อง เช่น ย่านออฟฟิศทำงาน ย่านสถานศึกษา ตลาด หรือในชุมชน ฯลฯ และเลือกเวลาขายให้ถูกจังหวะ ก็มีโอกาสขายดีได้ โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการทำแบรนด์ดิ้งและการตลาดให้แข็งแรง นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดร้านบนแอปพลิเคชันสั่งอาหาร Food Delivery เป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าให้กว้างขึ้นได้อีกด้วย 

8. ร้านเบเกอรี่แบบรับมาขาย 

ร้านเบเกอรี่แบบรับมาขายเป็นอีกประเภทของร้านเบเกอรี่ โดยอาจเปิดเป็นร้านนั่งกินกึ่งคาเฟ่ พร้อมกับขายเครื่องดื่ม หรืออาจเป็นร้านตั้งแผงขายในตลาด ตลาดนัด ในห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ก็ได้ ซึ่งต้นทุนในการเปิดร้านเบเกอรี่ประเภทนี้ จะลดต้นทุนอุปกรณ์ในการทำขนมที่ค่อนข้างสูงลงได้ และสามารถเปิดร้านได้ง่ายกว่า เพียงติดต่อกับร้านเบเกอรี่ที่ทำสินค้าขายอยู่แล้ว 

ทั้งนี้ เมื่อเป็นสินค้าที่รับมาขายต่อ แน่นอนว่า กำไรต่อชิ้นอาจจะไม่สูงมากนัก แต่เจ้าของธุรกิจก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือเพิ่มรายได้ให้กับร้านได้ผ่านการตกแต่งร้านให้น่าเข้ามาเยี่ยมชมเยี่ยมซื้อ การเพิ่มตัวเลือกสินค้าให้หลากหลาย การมีขนมตัวเลือกที่สามารถซื้อเก็บได้นานเป็นของฝาก หรือการขายเครื่องดื่มควบคู่ 

9. ร้านขายสินค้าราคาถูกและกิ๊ฟช็อป

.

ร้านกิ๊ฟช็อปและร้านขายของราคาถูก เช่น ร้านขายของราคา 20 บาท เป็นร้านที่ผู้บริโภคเข้าใจว่า มีของใช้ในชีวิตประจำวัน ของใช้ในบ้าน ราคาถูกรวมไว้ ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่าย รวดเร็ว ถือว่าเป็นสินค้าที่ “ซื้อง่ายขายคล่อง” เจ้าของกิจการสามารถค้นหาร้านขายส่งสินค้าในราคาส่งได้ไม่ยาก สามารถเริ่มต้นลงทุน (เฉพาะต้นทุนสินค้า) ได้ตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป

ยกตัวอย่างสินค้าขายดีร้าน 20 บาท และกิ๊ฟช็อป 

  • ของใช้ในบ้าน เช่น ทิชชู่ ไม้แขวนเสื้อ ตะหลิว จานชาม กะละมัง ตะกร้า ถาด 
  • ของใช้ส่วนตัว เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน ครีมขัดผิว สีย้อมผม 
  • สินค้ากิ๊ฟช็อป เช่น แว่นตากันแดด หมวก พวงกุญแจ ของขวัญวันเกิด เครื่องเขียน สมุดน่ารัก ๆ 
  • เครื่องมือช่าง เช่น กุญแจ ประเจ คีม ไขควง หลอดไฟ 
  • สินค้าเทศกาล เช่น ต้นคริสต์มาส กระดาษห่อของขวัญ 
  • อุปกรณ์โทรศัพท์และแกดเจ็ต เช่น เคสโทรศัพท์ สายชาร์จ หูฟัง ลำโพง

10. ร้านเกี่ยวกับความงาม เช่น เพนท์เล็บ 

ร้านเพนท์เล็บเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริการเสริมความงามที่ราคาไม่แพงและสามารถทำได้บ่อยครั้ง เป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทำธุรกิจในปี 2023 

สำหรับเงินลงทุนในการเปิดร้านเพนท์เล็บนั้น สามารถใช้เงินเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 5,000 บาท ก็สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการลงทุนหลัก ๆ เช่น อุปกรณ์ทำเล็บและสีทาเล็บได้แล้ว และส่วนที่เหลือที่ต้องใช้ในการเปิดร้าน ก็คือ ทักษะและฝีมือในการทำเล็บ เพราะลูกค้าจะตัดสินใจใช้บริการร้านเพนท์เล็บจากผลงานของช่างเป็นหลัก 

สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่ต้องการเปิดร้านเพนท์เล็บ 

  • เปิดร้านในทำเลที่ใกล้กับแหล่งชุมชน ย่านคนทำงาน หรือมหาวิทยาลัย เพราะจะมีลูกค้าจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในย่านดังกล่าว
  • ตกแต่งร้านให้ดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้า 
  • นำเสนอผลงานที่โดดเด่นของร้าน แสดงฝีมือและคุณภาพของการบริการ 
  • อาจเพิ่มบริการเสริมอื่น ๆ เช่น ตัด-แต่ง-ต่อเล็บ, ตัดหนัง, สปามือเท้า ฯลฯ ช่วยให้ร้านมีรายได้มากขึ้น 

.

สรุป 

10 ธุรกิจที่รวบรวมมาในบทความนี้ เป็นเพียงการรวบรวมธุรกิจที่น่าสนใจ ลงทุนน้อย เพียงไม่กี่ไอเดียเท่านั้น ยังมีไอเดียธุรกิจอีกมากมายที่อาจจะเหมาะกับคุณมากกว่า ทั้งนี้ หวังว่า ไอเดียธุรกิจที่รวบรวมมาจะมีสักไอเดียที่ช่วยจุดประกายให้คุณริเริ่มทำธุรกิจได้ 

และนอกจากนี้ ถ้าเริ่มทำธุรกิจและต้องการจัดการออเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายสินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ระบบขายหน้าร้านหรือ POS System คือ อีกสิ่งจำเป็นที่จะช่วยคุณทำบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หากคุณต้องการเลือกซื้อกระดาษใบเสร็จ POS&Print เรามีสินค้าม้วนกระดาษใบเสร็จ (Paper Roll) หลากหลายชนิดและขนาดที่เหมาะกับแคชเชียร์และเครื่อง POS แทบทุกรุ่น สามารถเลือกซื้อหรือปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของเราได้ POS&Print ยินดีให้บริการ

.

บทความที่คุณน่าจะสนใจ

.

แหล่งอ้างอิง