กรณีศึกษาธุรกิจน้องใหม่ MIXUE ร้านไอศกรีม-ชานม ทำไมถึงขยายตัวไว?
โพสต์เมื่อ : 13 พ.ค 2567 เวลา 4:30 น.
z-z1209086920738.webp)
ร้านไอศกรีมสีแดงสดใส พร้อมโลโก้ตุ๊กตาหิมะสีขาวกลม ชวนหิว จากแบรนด์ ‘มี่เสวี่ย’ หรือ Mixue (蜜雪)กระจายสาขาอยู่รอบกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ แถมยังมากับราคาไม่แพง จับต้องได้ง่าย ซื้อทานได้ทุกวัน ทำให้มี่เสวี่ยได้กลายเป็นอีกหนึ่งร้านฮิตที่ใครๆ ต้องลอง เท่าที่สังเกตพบว่าร้าน MIXUE มีการขยายสาขาได้เยอะในช่วงเวลาสั้นๆ และความสำเร็จนี้ไม่น่าเกิดขึ้นแค่เพราะความอร่อยแน่ วันนี้ POS & PRINT ชวนมาศึกษาแผนธุรกิจน้องใหม่เจ้านี้ ถึงที่มาที่ไป และหลักการที่ทำให้ตีตลาดได้อย่างรวดเร็ว และแผนธุรกิจสุดว้าว
จุดเริ่มต้นของ MIXUE

ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นกันก่อน โดยแบรนด์ “MIXUE” คือแบรนด์ชานมและไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจากประเทศจีน ได้เข้ามาเปิดทำการที่ไทยตั้งแต่ 2565 โดยมีสาขาแรกหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง และมี “บริษัท มี่เสวี่ย (ประเทศไทย) จำกัด” เป็นผู้ดูแลกิจการแฟรนไชส์ในไทยทั้งหมดปัจจุบันมี่เสวี่ยกำลังขยายสาขาอย่างเต็มที่ในประเทศไทย ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของร้านที่เป็นที่พูดถึงตั้งแต่แรก คือเรื่องของราคาขายที่ไม่แพงเกินเอื้อม เปิดตัวมาด้วยไอศกรีมโคนละ 15 บาท น้ำมะนาวแก้วละ 20 บาท ไปจนถึงเรื่องรสชาติที่อนร่อยถูกใจ คุ้มค่ากับราคา นอกจากนี้ยังกระจายไปที่ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศทั้งประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอื่นๆ ความป็อปปูล่าร์ของร้าน ‘มี่เสวี่ย’ หรือ Mixue ทำให้ถึงขั้นได้รับชื่อว่าเป็นอีกหนึ่ง “ซอฟต์ พาวเวอร์” จากจีนที่ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศจีนนั้นดูดีขึ้นกันเลยทีเดียว
ขายถูกและให้เยอะ

เพราะกลยุทธ์หลักของแบรนด์ไอศกรีมน้องใหม่คือการ ‘ขายของราคาถูก’ และมาพร้อมกับ ‘ปริมาณที่เยอะ’ โดยทั้งสองอย่างนี้ต้องมาด้วยกันอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งมาจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งแบรนด์ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม และเลือกใช้วิธีการควบคุมต้นทุนทั้งห่วงโซ่อุปทานด้วยตัวเองโดยกลยุทธ์ของ MIXUE คือเสนอขายด้วยราคาที่เอื้อมถึง พร้อมด้วยการคำนวณต้นทุนอย่างถี่ถ้วน บวกอัตรากำไรเพียงเล็กน้อย โดยโมเดลธุรกิจรูปแบบนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน คือในช่วงแรกร้านเองก็ขายเท่าๆ กับราคาตลาด และพบว่ามีคู่แข่งจำนวนมาก ทางร้านจึงได้ลองตีตลาดใหม่ด้วยการขาย ไอศกรีมราคา 1 หยวน หรือ 5 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาดไปมาก แถมยังมีคุณภาพอีกด้วย ทำให้เกิดการพูดปากต่อปาก กระจายชื่อเสียงของร้าน MIXUE มากขึ้นกว่าเดิม จนทำให้มีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมียอดขายทะลุ 5,000 รายการต่อวัน
ขยายแฟรนไชส์ เพิ่มโอกาสในการเติบโต

หากถามว่าแล้วการขายของในราคาที่ถูกและเยอะขนาดนี้ จะคุ้มราคาทุนจริงหรือไม่ คือ MIXUE ใช้โมเดลการขยายแฟรนไชส์เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ร้านสามารถขยายสาขาออกไปได้เร็วขึ้น ให้ทัน กับชื่อเสียงที่กระจายออกไปในวงกว้างแล้วนั่นเองนอกจากนี้แล้ว การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยซัพพอร์ตให้การขายของราคาถูกในปริมาณมาก สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง อีกทั้งทางแบรนด์ยังมีการควบคุมต้นทุนหลักอย่าง “วัตถุดิบ” ให้กับบรรดาแฟรนไชส์ซีด้วยการจัดส่งวัตถุดิบไปยังร้านค้าแฟรนไชส์โดยตรง ไม่ได้ผ่านการดีลกับซัพพลายเออร์เหมือนกับร้านขนาดใหญ่เจ้าอื่นๆ ยิ่งทำให้ร้านสามารถก้าวต่อไปในกลยุทธ์แฟรนไชส์ และการขายในราคาถูกได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
สรุป
บทเรียนจากแบรนด์ไอศกรีมซอฟเสิร์ฟน้องใหม่ MIXUE เจ้าดังจากประเทศจีน หลักๆ คือเรื่องของการทำความเข้าใจตลาด และกล้าที่จะตีตลาดในรูปแบบใหม่ๆ พร้อมสร้างเอกลักษณะและความแปลกใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้า และอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกใช้โมเดลธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของการเติบโตPOS & PRINT หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณได้แนวทางในการบริหารร้านอาหารให้เติบโตและทำกำไรได้มากขึ้น สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการบริหารร้าน เทคนิค และไอเดียทำธุรกิจอื่น ๆ ได้ในหน้าบทความของเรา หรือดูสินค้ากระดาษใบเสร็จ กระดาษความร้อน ที่ใช้กับเครื่องแคชเชียร์ เครื่องปริ้นต์ใบเสร็จ << ได้ที่นี่POS&Print คือผู้จัดจำหน่ายกระดาษใบเสร็จคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า และเพื่อนคู่คิดสำหรับผู้ประกอบการเช่นคุณ
