อยากเปิดร้านชานมไข่มุกเตรียมตัวอย่างไร ลงทุนเท่าไร บริหารอย่างไรให้ขายดี
หนึ่งในธุรกิจที่มีคนสนใจมากที่สุดเพราะลงทุนน้อย คืนทุนไว และได้กำไรมาก คือธุรกิจชานมไข่มุก ขั้นตอนของการเปิดร้านชานมไข่มุกนั่นดูไม่ยาก สังเกตได้จากร้านชานมไข่มุกที่เปิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี แต่การจะบริหารร้านชานมไข่มุกให้อยู่รอดได้นั่นไม่ง่ายเลย แค่มีเงินทุนอย่างเดียวคงไม่พอ
วันนี้ Pos & Print ขอแนะนำวิธีการเตรียมเปิดร้านชานมไข่มุกว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องรู้บ้าง ควรลงทุนเท่าไร และบริหารร้านชานมไข่มุกอย่างไรให้ขายดี ไม่มีเจ๊ง เป็นอย่างไรมาดูกันเลย
.
อย่างแรกขอพาไปสำรวจตลาดการเติบโตของชานมไข่มุกในประเทศไทย
เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง แต่ชานมไข่มุกถือว่าเป็นข้อยกเว้น เพราะผู้บริโภครู้อยู่แล้วว่าเครื่องดื่มยอดฮิตนี้มีระดับความหวานแค่ไหน แต่ที่เลือกบริโภคเพราะชอบในรสชาติความหวาน ความหอม ความอร่อยของชา และความหนึบนับเคี้ยวเพลินของไข่มุก พิสูจน์ได้โดยดูจากตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,500 ล้านบาทแล้ว
อีกทั้งการที่ต้นทุนของชานมไข่มุกไม่ได้สูงมาก เฉลี่ยต้นทุน 12-13 บาทต่อแก้ว ขายแก้วละ 25-30 บาท ก็มีกำไรประมาณ 50% แล้ว ขาย 200 - 300 แก้วต่อวัน สามารถสร้างรายได้ได้ถึง 1-2 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งถือว่ากำไรดีมาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ดึงดูดให้ผู้ประกอบการสนใจลงทุนในธุรกิจร้านชานมไข่มุก
ข้อมูลนี้ก็เป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่มีความสนใจลงทุนในธุรกิจชานมไข่มุกตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรามาดูขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเตรียมตัวสำหรับเปิดร้านชานมไข่มุกกัน
.
วางแผนก่อนเปิดร้าน
การเปิดร้านชานมไข่มุกควรวางคอนเซ็ปต์ร้านให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพราะจะช่วยให้การกำหนดขั้นตอนต่อไปนั้นง่ายขึ้น ตั้งเเต่เรื่องของการกำหนดรูปแบบเเพ็กเกจจิ้ง การทำแบรนด์ดิ้ง การออกแบบป้ายร้านการออกแบบโลโก้ และการตกแต่งร้านให้มีดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งสามารถสื่อถึงตัวตนของร้านได้ ที่สำคัญเราต้องคุมโทนสีของร้านให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่โดดเกิน หรือฉูดฉาดเกินไปในทางใดทางหนึ่ง
การตั้งชื่อร้านก็สำคัญ เพราะการตั้งชื่อร้านหนึ่งครั้งจะอยู่กับเราไปตลอด ไม่ต้องตั้งชื่อร้านตามกระแส แต่ควรเป็นคำที่ยูนีค และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเราเอง และการตั้งชื่อร้านต้องคำนึงถึงการขยายตัวในอนาคตด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนเงินลงทุนสำหรับร้านชานมไข่มุก รู้ว่าควรใช้เงินเท่าไรเป็นค่าออกแบบร้าน แล้วยังคงไว้ซึ่งคอนเซปของร้านอยู่
.
คำนวณต้นทุน และคาดการณ์รายได้
สำหรับการเปิดร้านชานมไข่มุกจะมีต้นทุนในส่วนต่างๆที่เราต้องจัดเตรียมโดยเฉพาะค่าตกแต่งร้าน ค่าอุปกรณ์ และค่าวัตถุดิบ โดยเราสามารถแจกแจงต้นทุนอย่างคร่าวๆ ได้ดังนี้
ค่าตกแต่งร้าน ประมาณ 10,000 - 20,000 บาท
- ป้ายเมนู สติกเกอร์
- เคาน์เตอร์ สเตนเลสหรือเคาน์เตอร์คีออสสำเร็จรูป
ค่าอุปกรณ์ ประมาณ 25,000 - 30,000 บาท
- หม้อต้มไข่มุก
- ถังน้ำเเข็ง
- เครื่องซีลฝา
- อุปกรณ์ชงชา
- หลอดพลาสติก
- เครื่องบีบพลาสติก
- ถังใส่ชา
- ฟิลม์ปิดฝาแก้ว
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค่าวัตถุดิบ ประมาณ 5,000 บาท
- วัตถุดิบรวมถึง ใบชา ไข่มุก ครีมเทียม น้ำเชื่อมไซรัป ผงชงเครื่องดื่ม และท็อปปิ้งต่างๆ ราคาต่อแก้วจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใส่ลงไป
วิธีคิดต้นทุนชานมไข่มุกต่อแก้ว
.
ต้นุทนต่อแก้ว = ราคาซื้อ x (ปริมาณที่ใช้จริงต่อแก้ว / ปริมาณน้ำหนักต่อถุง) คิดแยกวัตถุออกมาทีละชนิด แล้วบวกรวมกัน
.
ยกตัวอย่าง
.
1. ชาไต้หวัน ขนาด 600 กรัม ราคา 180 บาท ชงได้ 15 ลิตร 200 ซีซี ต่อแก้ว
180 บาท x (0.2 ลิตร / 15 ลิตร) = 2.4 บาท
2. ครีมเทียมราคา 70 บาท ต่อกิโลกรัม ใช้ 25 กรัม ต่อแก้ว
70 บาท x (25 กรัม / 1,000 กรัม) = 1.75 บาท
3. ไข่มุกราคา 40 บาท ต่อกิโลกรัม ใช้ 20 กรัมต่อแก้ว
40 บาท x (20 กรัม / 1,000 กรัม) = 0.8 บาท
4. น้ำตาล 1 กิโลกรัม ราคา 40 บาท ต้มน้ำเชื่อมได้ 1,100 ซีซี ใช้ 46 ซีซี ต่อแก้ว
40 บาท x (46 ซีซี / 1,100 ซีซี) = 1.67 บาท
5. แก้ว กับ ฝา
ชุดละ 4 บาท
6. หลอด 50 บาท ต่อแพค (300 ชิ้นต่อแพ็ก)
50 บาท / 300 ชิ้น =0.16 บาท
รวมต้นทุนชานมไข่มุกต่อแก้วจะเท่ากับ 2.4 + 1.75 + 0.8 + 1.67+ 4 + 0.16 = 11.22 บาท
ต้นทุนดังกล่าวเป็นเพียงต้นทุนวัตถุดิบต่อชานมไข่มุก 1 แก้ว ซึ่งในความเป็นจริงยังต้องบวกเพิ่มต้นทุนอีกหลายอย่าง เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าโปรโมต การชี้ชัดว่าต้องบวกเพิ่มต้นทุนอีกเป็นเท่าไรนั้นเป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบลงทุนของผู้ประกอบการ
.
คาดการณ์กำไรต่อเดือนได้ด้วยการคำนวณต้นทุน
และเราสามารถคาดการณ์กำไรต่อเดือนได้ด้วยการคำนวณต้นทุน โดยดูจากสมการดังนี้
.
กำไรต่อเดือน = จำนวนแก้วต่อวัน x วันที่ขายต่อเดือน x ราคาขายต่อแก้ว
.
ยกตัวอย่าง
.
ขายชานมไข่มุกไต้หวัน เฉลี่ย 200 แก้วต่อวัน ราคา 35 บาท
ต้นทุนวัตถุดิบ
ต้นทุนค่าการตลาดประมาณ 5%
ต้นทุนค่า Delivery หรือ GP 3.21%
คำนวณได้ดังนี้
1. คำนวณหายอดขายต่อเดือน
200 แก้วต่อวัน x 30 วัน x 35 บาท = 210,000 บาท
2. หักต้นทุนค่าวัตถุดิบ
200 แก้วต่อวัน x 30 วัน x 12 บาท = 72,000 บาท
3. หักต้นทุนค่าการตลาด 5%
210,000 บาท / 5% = 10,500 บาท
4. หักต้นทุนค่า GP 3.21%
210,000 บาท / 3.21% = 6,741 บาท
5. นำยอดขายหักต้นทุนทั้งหมด
210,000 - 72,000 - 10,500 - 6,741 = 120,759 บาท
การคำนวณข้างต้น ขายชานมไข่มุกราคาแก้วละ 35 บาท จำนวน 200 แก้ว จะมีรายได้ประมาณ 210,000 บาทต่อเดือน หลังจากหักต้นทุนทั้งหมดแล้ว ร้านจะเหลือกำไรเท่ากับ 120,759 บาทต่อเดือน (ยังไม่รวมกรณีหักต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ ค่าพนักงาน และค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกัน)
.
เลือกกลุ่มเป้าหมาย และทำเลที่ตั้ง
ร้านชานมไข่มุกมีอยู่หลายระดับ ในส่วนของผู้บริโภคก็จะเลือกซื้อในราคาที่เหมาะสม ในพื้นที่ที่สะดวกกับตัวเอง และเมื่อเราตัดสินใจได้เเล้วว่าจะเลือกจับลูกค้ากลุ่มไหน ให้เราเลือกทำเลที่ตั้งของร้านให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า เพื่อการเข้าถึงได้ง่าย โดยเราแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 3 เซกเมนต์ด้วยกัน ดังนี้
กลุ่ม Mass
ลุกค้าในกลุ่มนี้สนใจเรื่องของราคาความคุ้มค่า ราคาโดยเฉลี่ยต่อแก้วอยู่ที่ 25 - 40 บาท มีหน้าร้านอยู่ในย่านชุ่มชน หน้าโรงเรียน และตลาดนัด
กลุ่ม Medium
เน้นกลุ่มลูกค้าที่พอมีกำลังซื้อ สามารถเลือกเมนูที่มีความหลากหลาย และมีตัวเลือกท็อปปิ้งให้เลือกมากขึ้น ราคาโดยเฉลี่ยต่อแก้วอยู่ที่ 40 - 70 บาท มีหน้าร้านอยู่ภายในสำนักงาน และหน้ามหาวิทยาลัย
กลุ่ม Premium
เป็นแบรนด์ชานมไข่มุกที่มีชื่อเสียง แข่งกันเรื่องคุณภาพเน้นวัตถุดิบพรีเมี่ยม ราคาต่อแก้วอยู่ที่ 70 - 200 บาท มีหน้าร้านอยู่ในห้างสรรพสินค้า ในเมือง และย่านเศรษฐกิจ
การตั้งราคา และเลือกที่ตั้งร้านควรดูว่าเราอยากเน้นผู้บริโภคกลุ่มไหน และวัตถุดิบกับรสชาติของเราไปได้กับกลุ่มเป้าหมายที่เลือกไว้หรือไม่
.
สร้างจุดขายของแบรนด์
การเปิดร้านชานมไข่มุกแบบธรรมดา อาจไม่เป็นที่สนใจ และไม่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าไหนเลย ทางที่ดีควรเปิดร้านให้โดดเด่น มีจุดขาย ซึ่งจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราอยู่เสมอ
ความโดดเด่นในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการตกแต่งร้าน แต่รวมถึงรสชาติต้องอร่อย มีท็อปปิ้งให้เลือกหลายหลาย และมีจุดขายที่ไม่ซ้ำกับใคร ถ้าเกิดลูกค้าติดใจในรสชาติ และกลับมาซื้อร้านเราซ้ำ เพียงเท่านี้ก็ถือได้ว่าร้านเรามีจุดขายที่ดึงดูดลูกค้าเราได้แล้ว
.
ช่องทางการขายที่หลากหลาย
.
ทางเลือกในการขายหน้าร้านอย่างเดียวไม่เพียงพอแล้วในโลกปัจจุบัน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป บวกกับคู่แข่งที่เยอะมากๆ จะดีกว่าสำหรับลูกค้าไหมถ้ากดสั่งซื้อเครื่องดื่มโดยไม่ต้องมายืนรอที่หน้าร้าน โดยทางที่ดีร้านค้าควรเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
อีกสิ่งหนึ่งเมื่อร้านเข้าร่วม Food Delivery แล้ว อย่าลืมที่จะทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ แชร์ข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นต่างๆ เพราะสามารถช่วยเรื่องการเพิ่มยอดขายได้
.
เปิดร้านเอง หรือ ซื้อแฟรนไชส์ดี ?
เปิดร้านเอง
ต้นุทนเปิดร้านเอง : โดยปกติแล้วราคาเริมต้นราวๆ 150,000 บาท
การเปิดร้านชานมไข่มุกด้วยแบรนด์ตัวเองแบบไม่พึ่งแฟรนไชส์ ถึงแม้จะใช้เวลาเตรียมการและใช้เงินลงทุนตั้งต้นสูงกว่าการซื้อแฟรนไชส์ แต่มีข้อดีที่ให้คุณสามารถสร้างแบรนด์ตัวเองได้ตามต้องการ ทั้งการออกแบบโลโก้ รูปแบบของร้าน สามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ และการเลือกซื้อวัตถุดิบเองเพื่อมารังสรรค์เมนูในแบบฉบับของเราได้ รวมถึงโอกาสในการขยายแบรนด์ของตัวเองในอนาคต
แต่มีข้อเสียหลักๆ คือ ต้องใช้เวลาในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงเรียนรู้ระบบการจัดการต่างๆด้วยตัวเอง เช่น ระบบงานขาย ระบบบัญชี - การเงิน
แฟรนไชส์
ต้นุทนแฟรนไชส์ : ราคาเริมต้นประมาณ 19,000 - 350,000 บาท (ขึ้นอยู่กับมูลค่าของแบรนด์ที่เลือกซื้อแฟรนไชส์)
ส่วนการซื้อแฟรนไชส์ชานมไข่มุก เหมือนมี SOPs สำเร็จรูปให้เรามีทางลัดในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะมีการบริหารจัดการระบบต่างๆติดมาด้วย ทำให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้เลยทันที อีกข้อดีหนึ่งคือสามารถกันเราจากคู่เเข่งรายอื่นได้ เพราะแฟรนไชส์ที่ใหญ่มากพอสามารถซื้อวัตถุดิบได้ในจำนวนที่มาก และราคาถูกกว่าคู่เเข่งรายอื่นๆ
ข้อเสียหลักๆ คือ ในช่วงเริ่มต้นต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้ระบบแฟรนไชส์ รวมถึงเราไม่สามารถควบคุมต้นทุนค่าวัตถุดิบด้วยตัวเอง ทำให้ไม่สามารถต่อยอดไปยังเมนูใหม่ๆ หรือแนวคิดใหม่ๆได้ ซึ่งเป็นช่องโหว่ของการเติบโตในระบบแฟรนไชส์
.
5 ทริคการบริหารร้านชานมไข่มุก
1. การมีเมนูหลากหลาย
การมีเมนูที่หลากหลายช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้าน แต่ต้องรู้ชัดเจนว่าเมนูของเราเหมาะที่จะขายให้ลูกค้ากลุ่มไหน เช่น ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นจะเน้นไปที่เรื่องของรสชาติความหวาน ท็อปปิ้ง และการตกแต่งเครื่องดื่มให้มีสีสันสวยงาม ถ้าเป็นวัยทำงานมาหน่อย ก็จะเพิ่มเมนูเครื่องดื่มเข้มๆ อย่างกาแฟโคล์ดบริว หรือดาร์กช็อคโกแลตครัมเบิ้ลเข้ามา
ส่วนลูกค้าที่ชื่นชอบความหวานเป็นชีวิตจิตใจเราอาจเพิ่มเมนูที่มีรสชาติหวานโดด เช่น ชานมเผือก หรือชาเขียวบราวน์ชูการ์
แต่ไม่ว่าร้านจะออกเมนูไหนมาขอให้มั่นใจว่าออกแบบตามความชอบของลูกค้ากลุ่มที่เลือก เพราะเมนูคือตัวชูโรงเรียกลูกค้า และทำกำไรให้กับร้าน
2. การวางแผนธุรกิจ และวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า
การวางแผนธุรกิจที่ชัดเจนแต่เเรก ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของร้านชานมไข่มุก เพราะทำให้เราคิดพิจารณาในเรื่องต่างๆก่อนลงมือทำจริง เช่น คิดเรื่องการวางเงินลงทุนก่อนเปิดร้าน หรือคิดเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ
รวมไปถึงการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าว่าทำเลที่ตั้งร้านเรานั่นมีเเนวโน้มที่จะได้รับลูกค้ากลุ่มไหน เอื้ออำนวยให้ลูกค้ากลุ่มนั้นเข้าถึงร้านเราหรือไม่
3. การเลือกทำเลที่ตั้ง
การเลือกทำเลที่ตั้งต้องให้มั่นใจว่าพื้นที่ๆเราเลือกมีผู้คนแวะเวียนผ่านไปมา ไม่ใช่ในตรอกซอยเล็กๆที่มีคนผ่านวันหนึ่งไม่กี่สิบคน และควรเลือกทำเลที่ช่วยส่งเสริมร้าน เช่น ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจ หรือเป็นแหล่งค้าขาย และต้องระวังว่าพื้นที่ที่ขายอยู่นั่นอยู่ท่ามกลางคูเเข่งที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันหรือไม่
ซึ่งถ้าไม่แน่ใจก็ลองสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในละแวก เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าทำเลที่ตั้งนั้นเหมาะกับการเปิดร้านชานมไข่มุกของเราจริงๆ หรือในบางแฟรนไชส์สามารถติดต่อไปสอบถามโดยตรง ให้เขาตรวจสอบให้เราได้ว่าทำเลที่เราเลือกเหมาะสมกับการเปิดร้านหรือไม่
4. การเลือกวัตถุดิบ
ร้านชานมไข่มุกต้องเลือกซื้อวัตถุดิบที่หลากหลาย เช่น ครีมเทียม ไซรัป ผงชา ใบชา ไข่มุก น้ำตาล และส่วนผสมอื่นๆ ซึ่งถ้าคุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ไม่ได้อยู่หมัดจะทำให้เราซื้อวัตถุดิบในราคาสูงหลิ่วเพราะอาจต้องหาซื้อจากหลายๆแหล่ง
ทางที่ดีเพื่อเป็นการควบคุมต้นทุน ให้เราพยายามหาซื้อวัตถุดิบจากแหล่งเดียวกันในราคาส่ง จะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบถูกลง เพื่อที่จะสามารถจัดหาส่วนผสมที่มีคุณภาพเหมาะสมกับงบประมาณของเราในออกแบบเมนูต่างๆได้
5. ทำการตลาดและโปรโมทร้าน
เริ่มแรกเมื่อเราเปิดร้านชานมไข่มุกคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะทำให้คนรู้จักร้านเราโดยไม่โปรโมตร้าน การโปรโมตร้านนั้นทำได้หลายวิธี เริ่มตั้งแต่การเปิดเพจโซเชียล (Facebook ,Tiktok ,Instagram) เพื่อเสนอโปรโมชั่นการขายต่างๆ
หรือเป็นการทำการตลาดแบบออฟไลน์ง่ายๆ อย่างการปริ้นใบปลิวเพื่อแจกลูกค้าตามที่ต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปมา หรือทำราคาส่วนลดเมนูสำหรับวันแรกที่เปิดร้าน
.
สรุป
การเปิดร้านชานมไข่มุกสิ่งที่ต้องเตรียมตัวให้ดีคือแผนธุกิจที่ชัดเจน เพราะจะทำให้เห็นภาพกว้างของคอนเซปร้าน และให้ลองคิดคำนวณหาต้นทุนต่อแก้ว และคาดการณ์รายได้คร่าวๆก่อนการลงมือทำธุรกิจจริง เพราะแผนธุรกิจเป็นสิ่งเดียวที่ให้เราได้ลองแก้ไขปรับเปลี่ยนได้หลายๆครั้ง หากผิดพลาดก็สามารถแก้ตัวใหม่ได้
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ไว้ คือ ไม่มีตัวเลือกไหนที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านแบรนด์ตัวเอง หรือการซื้อเเฟรนไชส์ สิ่งสำคัญคือการพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับงบประมาณต้นทุน และความพร้อมของตัวเรา
.
อ่านบทความใกล้เคียงกัน
- 10 ข้อควรรู้ก่อนเปิดร้านเบเกอรี่ ต้องเตรียมตัวอย่างไร ลงทุนเท่าไร
- อยากเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ ต้องจดทะเบียนร้านอย่างไร เตรียมเอกสารอะไรบ้าง
- อยากเปิดร้านอาหารของตัวเอง ควรวางแผนก่อนเริ่มต้นอย่างไร
.
POS&Print สีสันแห่งกระดาษ
.
![POS-PrinterSEO[MAY23]AW01(1)](https://itp1.itopfile.com/ImageServer/z_itp_20062023l5fn/913/0/POS-PrinterSEO[MAY23]AW01(1)z-z171035498432.webp)