S360694230

ยอมรับเลยว่าร้านอาหารเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราขาดไม่ได้ เพราะใครๆ ต่างก็ต้องการอาหารอร่อยๆ เยียวยาจิตใจ แต่เพราะใครๆ ก็ต้องการ ทำให้การแข่งขันก็เพิ่มขึ้นตามไป ใครที่ทำธุรกิจร้านอาหารจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ก็คงจะไม่ได้

สำหรับปี 2568 นี้ เชื่อว่า ‘เทคโนโลยี’ จะเข้าไปสู่วงการ และธุรกิจอาหารอย่างแน่นอน วันนี้ Pos&PRINT ชวนดู 4 เทรนด์มาแรงของวงการ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาซัพพอร์ต สำหรับใครที่กำลังทำธุรกิจอาหาร หรือเพิ่มเริ่มมองหาโอกาส ลองอ่านบทความนี้ของ POS&PRINT เพื่อตามกระแสให้ทัน

แนวโน้มเศรษฐกิจของธุรกิจอาหาร ปี 2568

เริ่มต้นจากดูแนวโน้มของเศรษฐกิจก่อน ข่าวดีคือธุรกิจอาหารได้ไปต่อ เพราะทางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เผยข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจบริการอาหาร โดยระบุว่าธุรกิจร้านอาหารแบบ Full-service (ร้านที่มีที่นั่ง บริการถึงโต๊ะ และเน้นอาหารเป็นหลัก) มีแนวโน้มเติบโตถึง 7.8% ในปี 2568 โดยมีเหตุผลหลักคือการกลับมาคึกคักของตลาดนักท่องเที่ยว และกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เรียกได้ว่าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างพร้อมใจกันออกไปลิ้มลองอาหารดี ๆ กันมากขึ้น

สำหรับภาพรวมธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโต 4.6% จากปี 2567 ปัจจัยหนุนมาจากการท่องเที่ยวที่ยังคงสดใส การขยายสาขาไปตามภูมิภาค และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปิดรับอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ Street Food ที่กำลังมาแรง ด้วยมูลค่าตลาดคาดว่าแตะ 572,000 ล้านบาท เติบโต 4.8% ส่วนร้านเครื่องดื่ม รวมร้านเบเกอรี่และไอศกรีม ก็คาดว่าจะโตต่อเนื่องเช่นกันที่ 85,320 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.2% ถึงตลาดนี้จะน่าลงทุน แต่การแข่งขันก็ยังสูง ใครคิดจะลงทุนก็ต้องจับเทรนด์ให้แม่น

5 เทคโนโลยีปัจจุบันที่ทุกร้านควรมีไว้

ก่อนจะกระโดดไปเทรนด์ใหม่พร้อมเทคโนโลยีลองเช็คดูความพร้อมของร้านเราก่อน ปัจจุบันเราก็มีเทคโนโลยีหลายตัวที่เข้ามาใช้งานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะระบบ POS ระบบเมนูออนไลน์ ไปจนถึงการจ่ายเงินแบบ cashless เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องร้านอาหารของเรา

1. ระบบ POS (Point-of-Sale System)ระบบจัดการการขายที่ช่วยให้การรับออร์เดอร์และชำระเงินรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น POS ที่ทันสมัยสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ เช่น สต็อกสินค้า รายงานยอดขาย และการจัดการโต๊ะ ช่วยให้เจ้าของร้านมองเห็นภาพรวมธุรกิจและตัดสินใจได้ดีขึ้น

2. ระบบบริหารจัดการร้านอาหาร (Restaurant Management System)เทคโนโลยีที่รวมการจัดการครัว การบริหารพนักงาน และการจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ในระบบเดียว เช่น การติดตามสถานะออร์เดอร์ในครัว หรือการจัดตารางพนักงาน เทคโนโลยีนี้ช่วยลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ

3. ระบบ E-Wallet และการชำระเงินแบบไร้เงินสด (Cashless Payment)การรองรับการชำระเงินผ่าน E-Wallet เช่น TrueMoney, Rabbit LINE Pay หรือ PromptPay เป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ลูกค้าหลายคนเลือกใช้การชำระเงินแบบดิจิทัล ระบบนี้ช่วยให้การชำระเงินสะดวกและรวดเร็วขึ้น ทั้งยังลดการจัดการเงินสดในร้าน

4. เมนูออนไลน์ (Online Menu)การใช้ QR Code หรือเว็บไซต์สำหรับแสดงเมนูออนไลน์ช่วยลดต้นทุนในการพิมพ์เมนู ทั้งยังช่วยให้ลูกค้าเห็นรูปภาพอาหาร คำอธิบาย หรือราคาได้ชัดเจน เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการสัมผัส (Contactless) ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคหลัง COVID-19

5. ระบบสั่งอาหารและจองโต๊ะออนไลน์ (Online Ordering and Reservation System)ระบบที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารล่วงหน้า หรือจองโต๊ะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก นอกจากจะช่วยลดเวลารอในร้าน ยังช่วยร้านวางแผนการจัดการได้ดีขึ้น

4 เทรนด์และ 4 เทคโนโลยีน่าจับตา ของปี 2568

หลังจากเช็คลิสต์เรียบร้อยแล้วว่าร้านอาหารของเรามีเทคโนโลยีทันสมัย ตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน ทีนี้คือจังหวะของการก้าวไปข้างหน้า โดยในปีนี้มีเทรนด์ที่น่าสนใจด้วยกันถึง 4 เทรนด์ สะท้อนภาพการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น สำหรับร้านไหนที่หยิบจับเอาเทรนด์พวกนี้เข้ามาปรับใช้มากขึ้น จะยิ่งทำให้ธุรกิจของเราโดดเด่นมากกว่าเดิมแน่นอน

1. เทรนด์ Ready-to-Cook (RTC) อาหารพร้อมปรุงเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น

เทรนด์อาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการขยายสาขาและรักษามาตรฐานรสชาติทุกจานให้คงเดิม อาหารประเภทนี้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยลดเวลาในการปรุงอาหารแต่ยังคงคุณภาพและรสชาติไว้ได้เหมือนเดิม

เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนเทรนด์นี้

  • เทคโนโลยีการแช่เยือกแข็งขั้นสูง (Advanced Freezing Technology) ระบบแช่แข็งที่ช่วยคงความสดและคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร โดยเทคโนโลยีนี้ทำให้วัตถุดิบและอาหารพร้อมปรุงสามารถจัดเก็บได้นานขึ้นโดยไม่เสียรสชาติและเนื้อสัมผัส

  • ระบบอัตโนมัติ (Automation)  การใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติในครัวกลาง เช่น เครื่องหั่นอัตโนมัติ เครื่องผสมซอส หรือสายพานบรรจุอาหาร ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในกระบวนการผลิต ทั้งยังสามารถผลิตอาหารจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น


2. เทรนด์ใช้โซเชียลมีเดีย เสนอคอนเทนต์กลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียเฉลี่ย 3-4 ชั่วโมงต่อวัน แพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram จึงกลายเป็นช่องทางสำคัญในการโปรโมตธุรกิจอาหาร ธุรกิจที่สามารถสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ดึงดูดใจ และตรงกับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน จะได้เปรียบในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มการรับรู้แบรนด์

เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนเทรนด์นี้

  • AI-Driven Analytics  เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน เช่น วิดีโอประเภทใดที่คนดูนานที่สุด ช่วงเวลาใดที่เหมาะสมในการโพสต์ หรือคอนเทนต์ใดที่สร้าง Engagement ได้สูงที่สุด

  • Customer Data Platforms (CDP)  แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากหลายช่องทาง เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างโปรไฟล์ลูกค้ากลาง ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและสามารถทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เทรนด์สินค้าเพื่อสุขภาพ เพราะชีวิตที่ดีเริ่มจากอาหารที่ดี

ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพมากขึ้น อาหารปลอดสารพิษ โปรตีนทางเลือก ผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาล และอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นสินค้าที่ตลาดให้ความสนใจสูง

เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนเทรนด์นี้

  • AI และ Machine Learning เทคโนโลยีที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภค เช่น ความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพในพื้นที่ต่าง ๆ หรือการคาดการณ์แนวโน้มสินค้าใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม เช่น อาหารสำหรับผู้แพ้อาหารหรือกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการสารอาหารครบถ้วน

  • Blockchain เทคโนโลยีที่ใช้ติดตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าอาหารปลอดสารพิษและมีความโปร่งใสในกระบวนการผลิต

4. เทรนด์ใหม่ ผสานเทคโนโลยี เพื่อยกระดับเมนูธรรมดาให้ไม่ธรรมดา

เพราะว่าผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่อาหารที่อร่อย แต่ยังต้องการประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่น เมนูที่มีเรื่องราว เรื่องเล่าสนุกๆ หรือดีไซน์ที่แตกต่าง ตลอดจนสามารถนำไปผสมผสานวัฒนธรรมอาหารจากหลากหลายประเทศ หรือการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ล้วนหยิบมาเป็นจุดเด่นขายต่อได้มากขึ้นกว่าเดิม

เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนเทรนด์นี้

  • 3D Food Printing เครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติที่ช่วยสร้างดีไซน์อาหารเฉพาะตัว เช่น การพิมพ์ลวดลายบนขนม หรือการออกแบบอาหารในรูปทรงที่ดึงดูดสายตา

  • Augmented Reality (AR)  การใช้เทคโนโลยี AR ช่วยสร้างประสบการณ์การทานอาหาร เช่น การใช้แอปพลิเคชันที่สามารถแสดงข้อมูลเรื่องราวของวัตถุดิบ หรือแหล่งที่มาของเมนูในรูปแบบเสมือนจริง

  • Smart Kitchen Technology ระบบครัวอัจฉริยะที่ช่วยพัฒนาการปรุงอาหาร เช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความสุกของเนื้อ หรือการปรุงอาหารด้วยระบบอัตโนมัติที่เพิ่มความแม่นยำในการปรุงอาหารใหม่ ๆ

สรุป

อย่างที่เห็นว่าเทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้เร็วกว่าใคร สำหรับธุรกิจอาหารที่นำระบบดิจิทัล เช่น POS, E-Wallet, และ Online Menu มาปรับใช้ พร้อมปรับตัวควบคู่กับการจับเทรนด์ฮิตปี 2568 ไม่ว่าจะ ระบบ Ready-to-Cook, สินค้าเพื่อสุขภาพ และการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นPOS & PRINT หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจเทรนด์ของธุรกิจอาหารและเทคโนโลยีที่ะเข้ามาส่งผลให้ธุรกิจของเราเติบโตไปได้ไกล และสามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจของตัวเองได้ดีกว่าเดิม และสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการบริหารร้าน เทคนิค และไอเดียทำธุรกิจอื่น ๆ ได้ในหน้าบทความของเรา หรือดูสินค้ากระดาษใบเสร็จ กระดาษความร้อน ที่ใช้กับเครื่องแคชเชียร์ เครื่องปริ้นต์ใบเสร็จ << ได้ที่นี่POS&Print คือผู้จัดจำหน่ายกระดาษใบเสร็จคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า และเพื่อนคู่คิดสำหรับผู้ประกอบการเช่นคุณ

Screenshot2024-03-13153301